<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DeeMocDIY Blog &#187; Subject line</title>
	<atom:link href="http://blog.deemocdiy.com/tag/subject-line/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.deemocdiy.com</link>
	<description>ทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับ Email Marketing</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 08:27:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับ Email Marketing</title>
		<link>http://blog.deemocdiy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-email-mark/</link>
		<comments>http://blog.deemocdiy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-email-mark/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jun 2010 10:19:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Sales</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hot News]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Email]]></category>
		<category><![CDATA[Email Content]]></category>
		<category><![CDATA[Email Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[image]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[SPAM]]></category>
		<category><![CDATA[Subject line]]></category>
		<category><![CDATA[รูปภาพ website]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.deemocdiy.com/?p=473</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
การที่เราจะทำ Email Marketing หรือ เขียน e-mail อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อติดต่อกับลูกค้าให้ประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นด้านการขายหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรนั้น มีหลายองค์ประกอบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ทำพวก Email Marketing ซึ่งมี อีเมล์ เป็นอาวุธหลักด้วยแล้วยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก เพราะหากเราเขียนดี ตั้ง Subject Line ดีๆ น่าดึงดูด และถูกหลัก โอกาสที่จะเพิ่ม Click Through Rate (CTR) หรือ Conversion Rate ในการเปิด Email อ่านและ คลิ๊ก ไปยัง Landing Page ปลายทางซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการการขาย ต่อไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น
วันนี้เราจะมาดูว่า การสร้าง E-mail ในโลกของ Email Marketing นั้น นักการตลาดออนไลน์เขาาระวังเรื่องอะไรเป็นสำคัญบ้าง และมีเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
อย่าส่ง Email ไปที่ Account ที่ไม่มีตัวตนเด็ดขาด
หากอยากให้ธุรกิจของคุณไม่มีปัญหากับ ISP ก็อย่าส่ง email ไปยังที่อยู่ที่ไม่มีตัวตนจริงๆ หรือ ที่อยู่ Email Address [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-email-mark%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-email-mark%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">การที่เราจะทำ <strong><a href="http://www.pawoot.com/e-marketing" target="_blank">Email Marketing</a></strong> หรือ <strong>เขียน e-mail อย่างมีประสิทธิภาพ</strong> เพื่อติดต่อกับลูกค้าให้ประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นด้านการขายหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรนั้น มีหลายองค์ประกอบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ทำพวก <strong>Email Marketing</strong> ซึ่งมี อีเมล์ เป็นอาวุธหลักด้วยแล้วยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก เพราะหากเราเขียนดี ตั้ง Subject Line ดีๆ น่าดึงดูด และถูกหลัก โอกาสที่จะเพิ่ม Click Through Rate (CTR) หรือ Conversion Rate ในการเปิด Email อ่านและ คลิ๊ก ไปยัง Landing Page ปลายทางซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการการขาย ต่อไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">วันนี้เราจะมาดูว่า การสร้าง <strong>E-mail</strong> ในโลกของ <strong>Email Marketing</strong> นั้น นักการตลาดออนไลน์เขาาระวังเรื่องอะไรเป็นสำคัญบ้าง และมีเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด</p>
<h3>อย่าส่ง Email ไปที่ Account ที่ไม่มีตัวตนเด็ดขาด</h3>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">หากอยากให้ธุรกิจของคุณไม่มีปัญหากับ <a href="http://vclass.mgt.psu.ac.th/~465-302/2007-1/Assignment-02/BPA_30_32/Internet%20Services%20Provider/01.htm" target="_blank">ISP</a> ก็อย่าส่ง email ไปยังที่อยู่ที่ไม่มีตัวตนจริงๆ หรือ ที่อยู่ Email Address มั่วๆ เพราะ ถ้าจำนวนที่อยู่มั่วๆเยอะมากขึ้นๆ จะทำให้ ISP มองว่าคุณเป็นพวก Spam หรือ Computer ฺBot ที่มาป่วนระบบเค้า ลองคิดดู ถ้าที่อยู่มั่ว เวลา ISP ส่ง Mail ออกไปจะทำให้ Mail ตีกลับมา เดือดร้อน Server เค้าต้องมารับภาระเคลียร์ Bounce Rate อีก</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">หลายๆครั้งหากเราไม่ระวังตรงจุดนี้ เราอาจถูกแบน (ฺBan) ไปเลยก็ได้ ซึ่งส่งผลให้ภาพลักษณ์ธุรกิจเราเสียตามไปด้วย</p>
<h3>อย่า วัดผลการส่ง Email ด้วย Stat หรือค่าทางสถิติ ที่มั่วเด็ดขาด</h3>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">ตรงนี้หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าการส่ง Email เค้าใช้อะไรเป็นตัววัด performance ไม่เป็นไร หลายๆคนที่นิยมวัดจาก Click Through Rate หรือ ปริมาณ Traffic ที่วิ่งเข้าหน้า Landing Page จำนวน E-mail Account ทั้งหมดที่ถูกส่งออกไป เช่น ส่ง Email ไป ล้านฉบับ แล้ว มี Traffic วิ่งไปที่หน้า Landing Page (Link ปลายทางที่ใส่ไว้ในตัว Content ของ email) เท่าไหร่ ถ้าหาก ส่งไป 1 ล้าน แล้วมี traffic วิ่งเข้ามาที่ Web landing page ที่ set ไว้ 1 แสน ค่าของ CTR ก็คือ 10%</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">นอกจากนี้ยังมีการวัดรูปแบบอื่นๆ เช่น Open Rate (เป็นการวัดความน่าสนใจของ Subject Line ของ Email ซึ่งถ้า Subject ดึงดูด โอกาสที่คนเปิด email เข้าไปอ่านต่อก็จะมีสูง)</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">แต่จะมี Stat ที่ไม่ควรนำมาวัด performance ของ email ในหลายๆกรณีนั่นก็คือ Sell Conversion Rate ซึ่งค่าดังกล่าวเป็นตัววัดตั้งแต่ จำนวน email ที่ส่งออกไป นำมาเทียบกับยอดขายที่เกิดขึ้น เช่น ส่ง email ไปล้าน ฉบับได้ยอดขาย 3 ล้านบาท เหตที่นักการตลาดหลายๆรายไม่นำเอามาวัดเพราะว่า ในความเป็นจริงยอดขายที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดจากความน่าสนใจของหน้า landing page ขณะนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ email</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">ดังนั้นการวัดผลทางด้าน performance ต่างๆของ Email Marketing ก็สามารถส่งผลถึงการกำหนดทิศทางที่ถูกต้องของธุรกิจได้เหมือนกัน การนำค่าสถิติมั่วๆมาใช้จะทำให้เราเหมือนกับหลอกตัวเองและจะมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นมามากมายภายหลัง</p>
<h2 style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">อย่าใช้ Flash หรือ รูปภาพที่ใหญ่เกินไป</h2>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">ข้อนี้สำคัญมากๆ ในการสร้าง Email ขึ้นมาเราต้องเตือนตัวเองไว้อีกอย่างว่า</p>
<ul style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">
<li>Flash ไม่ทำงานบน email</li>
<li>Graphic หนักและไม่ได้ย่อขนาด file ลงมา อาจทำให้ email มีขนาดใหญ่ขึ้น และแน่นอน ISP จะไม่ค่อยชอบอะไรที่มันต้อง Load หนักๆ</li>
<li>เวลา Design Email ให้เผื่อใจไว้ด้วยว่า หลายๆ program รับ email อาจจะไม่แสดงผล image ใดๆจนกระทั่งลูกค้าไป enable หรือกด อณุญาตให้ดู image ใน email ได้ ผลที่ตาามมานั้นคือลูกค้าหลายๆคนอาจไม่ได้เห็นสิ่งที่คุณ design แต่อาจเห็นช่องว่างเปล่าๆ ในส่วนที่เป็น Image ดังนั้นคุณจึงควรต้อง ใส่คำอธิบายภาพใน tag &#8220;Alt&#8221; บนรูปภาพทุกครั้งเผื่อกรณีที่ลูกค้ามองไม่เห็น image ก็จะสามารถรู้ได้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร</li>
</ul>
<h2 style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">อย่าคิดว่า Subject Line ไม่สำคัญ</h2>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">เพราะ Subject คือ สิ่งแรกที่จะทำให้ คนเปิดจะเปิด emial คุณดูต่อไปหรือจะเขี่ยมันลง Junk Box หรือ Deleted Box ทันที การตั้งชื่อที่ไม่สัมพันธ์กับ เนื้อหาหรือของที่เราจะขาย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ การสะกดผิดและไม่ระวังเรื่องไวยกรณ์ต่างๆก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรให้อภัยเช่นกัน ลองนึกดู หาก Subject Line สะกดก็ผิด ชื่อเรื่องก็ไม่น่าสนใจไปแล้ว แน่นอนว่าคนที่จะเปิด Mail แบบนี้ก็คงมีแต่พวกเรากันเอง</p>
<h2 style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">อย่าใช้คำเกร่อ หรือมากเกินไป ใน Content</h2>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">เช่นถ้าเราต้องการส่ง email ไปบอก promotion ของเรา หรือบอกข้อดีของธุรกิจเรา จำไว้อย่างหนึ่งว่าไม่ควรใช้คำพูดแนวๆ ส่วนลด ๆๆๆๆ หรือ ฟรี ๆๆๆ มากเกินไป หรือ มีการ personalize แบบย้ำ ๆ เยอะเกินไป เช่น</p>
<blockquote><p>&#8220;คุณกนก สามารถรับสิทธ์แลกซื้อฟรี ซึ่งคุณกนกสามารถติดต่อเพื่อรับสิทธิ์ฟรีที่สาขาที่คุณกนก ได้ทำการติดต่อไว้ หากคุณกนกมีข้อสงสัยเรื่องสิทธิ์ฟรี คุณกนกสามารถโทรมาสอบถามเรื่องสิทธิ์ฟรีนี้ได้ที่หมายเลขที่อยู่ข้างล่างของ mail คุณกนก&#8221;</p></blockquote>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">จะเห็นได้ว่า อ่านแล้วน่ารำคาญมาก และ ในทาง techniques ในบาง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/E-mail_service_provider#cite_note-0" target="_blank">ESP</a> หรือ ISP ไม่ค่อยชอบ พวก wording ที่ดู เหมือน Spam เช่นคำว่า Free อีกต่างหาก ดังนั้นต้องพึงระวังเรื่องนี้ เพราะนั่นหมายถึงการส่ง Email ของคุณครั้งต่อๆไปอาจจะมีปัญหา</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">ในการทำ <strong>Email Marketing</strong> ให้ได้ผลที่ดีนั้น บางครั้งเราอาจจะมองข้ามเรื่องความพอดีไป ลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา เช่น ถ้ามีใครมาส่ง <strong>E-mail</strong> ให้เราแบบนั้นแบบนี้ เราจะรู้สึกยังไง เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราเอาแต่อยากจะขายของจนลืมนึกไปว่า ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Spam ซึ่งเมื่อคุณได้รับสิทธิ์แต่งตั้งให้เป็น Spammer หรือนักแสปมอีเมล์ ซึ่งที่ตามมาก็คือธุรกิจของคุณอาจจะประสบปัญหาที่ต้องเสียเวลามาแก้ไข</p>
<p style="font-family: Tahoma;line-height: normal;font-size: small">ดังนั้น การส่ง <strong>email</strong> ให้ถูกหลักการและ มีความพอดีบนความน่าสนใจของเนื้อหา (Content) และหัวข้อ (Subject Line) จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จในการทำ Email Marketing ได้อย่างแน่นอน หากมีปัญหาหรือสงสัยเพิ่มเติม ทาง Deemoc ยินดีที่จะให้คำปรึกษาและแนวทางการทำ Email marketing ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลองโทรมาหรืออีเมล์มาสอบถามกันได้</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-email-mark%2F&amp;linkname=%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20Email%20Marketing"><img src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.deemocdiy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-email-mark/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ</title>
		<link>http://blog.deemocdiy.com/12-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-email-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://blog.deemocdiy.com/12-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-email-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2010 04:22:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrMocDIY</dc:creator>
				<category><![CDATA[General]]></category>
		<category><![CDATA[Tech Support]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[E-Newsletter]]></category>
		<category><![CDATA[Email]]></category>
		<category><![CDATA[Email Content]]></category>
		<category><![CDATA[Email Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Subject line]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.deemocdiy.com/?p=278</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง

ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง
 ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่
 หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป
 หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่
ส่วนเนื้อหา
 เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่
 มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่
 รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่
 มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่
 ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง
 ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่
 ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่
 ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง
 ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง
หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F12-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587-email-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2593%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F12-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587-email-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2593%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: left; ">12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ</p>
<p>ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง</p>
<p style="text-align: center; "><img class="aligncenter size-full wp-image-283" title="checklist1" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/checklist1.jpg" alt="checklist1" width="240" height="180" /></p>
<p>ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง</p>
<p><img class="size-full wp-image-280 alignnone" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่</p>
<p><img class="size-full wp-image-280 alignnone" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่</p>
<p>ส่วนเนื้อหา</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง</p>
<p><img style="border: 0px initial initial;" title="1266301532_Check" src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/uploads/2010/02/1266301532_Check.png" alt="1266301532_Check" width="15" height="15" /> ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง</p>
<p>หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F12-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587-email-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2593%2F&amp;linkname=12%20%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%20Email%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93"><img src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.deemocdiy.com/12-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-email-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลัก 15 ข้อในการเขียนหัวข้อเรื่องในอีเมล (Subject line) ให้ได้รับการเปิดอ่านมากที่สุด</title>
		<link>http://blog.deemocdiy.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-15-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://blog.deemocdiy.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-15-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2009 08:55:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrMocDIY</dc:creator>
				<category><![CDATA[General]]></category>
		<category><![CDATA[E-Newsletter]]></category>
		<category><![CDATA[Subject line]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.deemocdiy.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
กฏข้อที่1 ติดตามข่าวสารข้อมูลจากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆอยู่เสมอ 
ถ้าหากคุณต้องการปรับปรุงการเขียนหัวข้อเรื่องของคุณให้ดีขึ้น ให้คุณอ่านหนังสือพิมพ์ให้มาก โดยให้ความใส่ใจในหัวข้อเรื่องและวิธีการพาดหัวข่าว หัวข้อเรื่องต่างจะมีการเน้นเฉพาะใจความสำคัญโดยจะใช้คำที่กระทัดรัดแต่ได้ใจความ ในการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีนั้นคุณควรพิจารณาในมุมกลับโดยคิด ในฐานะของผู้อ่านด้วยว่า ผู้อ่านจะได้เนื้อหาสาระอะไรจากบทความ มีความสำคัญอะไรกับเขา หรือ อะไรที่คุณอยากให้เขานำไปปฏิบัติหลังจากจากที่เขาได้อ่านอีเมลของคุณ แม้ว่าคุณไม่สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ในทุกครั้ง ให้คุณลองอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วไปให้มากขึ้นเพื่อศึกษาถึงวิธีการพาดหัวข่าวในแต่ละเรื่อง 
กฏข้อที่ 2 อย่ายึดติดกับรูปแบบการเขียนข้อความ 
อะไรที่เคยเขียนแล้วประสบความสำเร็จอาจประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นในการเขียนหัวข้อครั้งถัดไปดังนั้นอย่างยึดติดกับการเขียนในรูปแบบเดิมเสมอไป แต่ลักษณะการนำเสนอในบางเรื่องควรมีวิธีการนำเสนอเนื้อหาบทความที่แตกต่างอย่างชัดเจนเช่นรูปแบบการเขียนเรื่องการลดราคาสินค้า (Discount) ควรเขียนให้มีความแตกต่างกับการเชิญชวนให้เกิดการซื้อซ้ำ (Upsell) และทั้งสองรูปแบบนี้ควรมีการพาดหัวข่าวที่แตกต่างกัน
ในกรณีที่คุณจะต้องเขียนอีเมลที่มีความคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง คุณไม่ควรที่จะนำหัวข้อเรื่องที่เคยเขียนมาแล้วกลับมาใช้ใหม่แต่คุณควรที่จะเขียนให้มีความแตกต่างจากเดิมทุกครั้ง แต่ยังคงทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีความคุ้นเคยกับเรื่องที่เคยนำเสนอไปแล้วด้วย คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการเขียนรูปแบบใดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ให้ศึกษาต่อไปในข้อที่ 3
กฏข้อที่ 3 ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ
มีการทดสอบอยู่เสมอเพื่อที่คุณจะสามารถประเมินได้ว่าแนวโน้มและรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งาน จะเป็นการดีหากคุณสามารถทำการทดสอบก่อน (Pre-test) ขอแนะนำให้คุณมีเวลาล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันในการทดลองหัวข้อเรื่องนั้นๆ ซึ่งยังมีเวลาเพียงพอที่จะปรับปรุงหัวข้อให้ดียิ่งขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการทดสอบ ให้ติดตามในกฏข้อ 12
กฏข้อที่ 4 เขียนชื่อผู้ส่งให้มีความสอดคล้องกับหัวข้อเรื่องในอีเมล 
ระบุชื่อผู้ส่งในช่อง “From line” ยกตัวอย่างเช่น From : MrMoc ชื่อผู้ส่งอีเมล แล้วเขียนหัวข้อเรื่อง (Subject line) เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ผู้รับเปิดอีเมล หากในช่องชื่อผู้ส่ง(From line) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581-15-%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2582%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581-15-%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2582%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong>กฏข้อที่1 ติดตามข่าวสารข้อมูลจากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆอยู่เสมอ </strong><br />
ถ้าหากคุณต้องการปรับปรุงการเขียนหัวข้อเรื่องของคุณให้ดีขึ้น ให้คุณอ่านหนังสือพิมพ์ให้มาก โดยให้ความใส่ใจในหัวข้อเรื่องและวิธีการพาดหัวข่าว หัวข้อเรื่องต่างจะมีการเน้นเฉพาะใจความสำคัญโดยจะใช้คำที่กระทัดรัดแต่ได้ใจความ ในการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีนั้นคุณควรพิจารณาในมุมกลับโดยคิด ในฐานะของผู้อ่านด้วยว่า ผู้อ่านจะได้เนื้อหาสาระอะไรจากบทความ มีความสำคัญอะไรกับเขา หรือ อะไรที่คุณอยากให้เขานำไปปฏิบัติหลังจากจากที่เขาได้อ่านอีเมลของคุณ แม้ว่าคุณไม่สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ในทุกครั้ง ให้คุณลองอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วไปให้มากขึ้นเพื่อศึกษาถึงวิธีการพาดหัวข่าวในแต่ละเรื่อง <span id="more-32"></span></p>
<p><strong>กฏข้อที่ 2 อย่ายึดติดกับรูปแบบการเขียนข้อความ </strong><br />
อะไรที่เคยเขียนแล้วประสบความสำเร็จอาจประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นในการเขียนหัวข้อครั้งถัดไปดังนั้นอย่างยึดติดกับการเขียนในรูปแบบเดิมเสมอไป แต่ลักษณะการนำเสนอในบางเรื่องควรมีวิธีการนำเสนอเนื้อหาบทความที่แตกต่างอย่างชัดเจนเช่นรูปแบบการเขียนเรื่องการลดราคาสินค้า (Discount) ควรเขียนให้มีความแตกต่างกับการเชิญชวนให้เกิดการซื้อซ้ำ (Upsell) และทั้งสองรูปแบบนี้ควรมีการพาดหัวข่าวที่แตกต่างกัน<br />
ในกรณีที่คุณจะต้องเขียนอีเมลที่มีความคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง คุณไม่ควรที่จะนำหัวข้อเรื่องที่เคยเขียนมาแล้วกลับมาใช้ใหม่แต่คุณควรที่จะเขียนให้มีความแตกต่างจากเดิมทุกครั้ง แต่ยังคงทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีความคุ้นเคยกับเรื่องที่เคยนำเสนอไปแล้วด้วย คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการเขียนรูปแบบใดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ให้ศึกษาต่อไปในข้อที่ 3</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 3 ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ</strong><br />
มีการทดสอบอยู่เสมอเพื่อที่คุณจะสามารถประเมินได้ว่าแนวโน้มและรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งาน จะเป็นการดีหากคุณสามารถทำการทดสอบก่อน (Pre-test) ขอแนะนำให้คุณมีเวลาล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันในการทดลองหัวข้อเรื่องนั้นๆ ซึ่งยังมีเวลาเพียงพอที่จะปรับปรุงหัวข้อให้ดียิ่งขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการทดสอบ ให้ติดตามในกฏข้อ 12</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 4 เขียนชื่อผู้ส่งให้มีความสอดคล้องกับหัวข้อเรื่องในอีเมล </strong><br />
ระบุชื่อผู้ส่งในช่อง “From line” ยกตัวอย่างเช่น From : MrMoc ชื่อผู้ส่งอีเมล แล้วเขียนหัวข้อเรื่อง (Subject line) เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ผู้รับเปิดอีเมล หากในช่องชื่อผู้ส่ง(From line) ได้ระบุชื่อบริษัทของคุณอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องระบุซ้ำอีกในช่องหัวข้อ (Subject line) ซึ่งจะช่วยให้คุณมีพื้นที่มากขึ้นในการที่จะเขียนหัวข้อเรื่องของคุณ แต่ให้คุณลองพิจารณาคำที่แสดงถึงภาพลักษณ์ของบริษัทลงในหัวข้อเรื่องของบทความ วิธีการนี้จะช่วยให้บทความอีเมลของคุณมีความโดดเด่นแม้ว่ามันจะอยู่ในกล่องข้อมูลขยะ (Junk mail) หรือกล่องรับข้อความของผู้อ่าน</p>
<p><strong>กฏข้อ 5 ควรกล่าวถึงข้อมูลที่สำคัญลงไปในหัวข้อเรื่องก่อน</strong><br />
จำนวนของข้อความที่ปรากฏในหัวข้อเรื่องของแต่ละผู้ให้บริการอีเมล (ISPs เช่น Hotmail, Yahoo, AOL ฯลฯ) มีความแตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่จะให้อย่างน้อยที่สุด 50 ตัวอักษร ดังนั้นคุณควรจะนำเสนอข้อมูลที่สำคัญลงไปภายใน 50 ตัวอักษรแรก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการตัดข้อความที่สำคัญในหัวข้อเรื่อง เช่น ราคา หรือวันที่ ออกไป คุณสามารถทดสอบด้วยวิธีการทดสอบที่ง่ายๆโดยการทดลองส่งอีเมลหาตัวคุณเอง เพื่อดูว่ารูปแบบอีเมลมีลักษณะอย่างไร</p>
<p><strong>กฏข้อที่6 จำนวนการเปิดอีเมลไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีเสมอไ</strong>ป<br />
อีเมลที่ได้รับการตอบสนองจากผู้อ่านสูง เช่น เปิดดูเพื่ออ่านบทความสูง เกิดการลงทะเบียนสูง มียอดขาย หรือมีการดาวน์โหลดข้อมูลสูง หากคุณได้ลองวิเคราะห์เชิงลึกโดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์บนเว็บไซต์ต่างๆ คุณอาจพบว่ามีรูปแบบบางอย่างที่เหมือนกันอยู่ เช่น อีเมลที่มีอัตราการเปิดอ่านต่ำแต่มีอัตรายอดขายต่อการสั่งซื้อสูง สิ่งนี้หมายความว่าหัวข้อเรื่องที่คุณเขียนขึ้นมาได้มีการคัดกรองสมาชิกของคุณ และสามารถที่จะสร้างผลกำไร ให้จำไว้เสมอว่า เป้าหมายทางการตลาดไม่จำเป็นต้องมีอัตราการเปิดอีเมลที่สูง แต่ต้องมีการสั่งซื้อ หรือตอบสนองอย่างที่คุณต้องการในอัตราที่สูง ยกตัวอย่างเช่น อีเมลสองฉบับที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกันฉบับแรกถูกส่งไปยังกลุ่มตัวอย่าง 100 คน ได้รับการเปิดอีเมล 80 คน มียอดของผู้สั่งซื้อ 10 คน เปรีบเทียบกับอีเมลฉบับที่สองส่งไปยังกลุ่มตัวอย่าง 100 คน ได้รับการเปิดอีเมล 30 คน มียอดของผู้สั่งซื้อ 25 คน อีเมลฉบับไหนประสบความสำเร็จมากกว่ากัน</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 7 การระบุถึงข้อมูลส่วนบุคคลลงในหัวข้อเรื่อง (Personalize data)</strong><br />
การระบุข้อมูลส่วนบุคคลลงในหัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเนื้อหาที่ผู้อ่านชอบ สนใจ เคยซื้อมาก่อน เว็บไซต์ที่เคยเข้าไปเยี่ยมชม หรือลิงค์ที่เคยคลิ๊กมาก่อน จะทำให้ผู้ได้รับอีเมลนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ให้ระวังถึงการที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลที่กล่าวถึงสิ่งที่เคยซื้อในอดีต เพราะว่าสิ่งที่เค้าเคยซื้อในอดีตอาจเป็นของขวัญที่ซื้อให้ผู้อื่น หรืออาจไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้อ่านอย่างแท้จริง ดังนั้นคุณควรจะมีช่องทางที่จะให้ผู้อ่านของคุณค้นหาและทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อให้คูณมีข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสมาชิกมากที่สุด</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 8 การใช้คำเพื่อกระตุ้นผู้อ่าน </strong><br />
การระบุระยะเวลา (Deadline) เช่น “รีบสั่งซื้อภายในเที่ยงคืนวันนี้ เท่านั้น” หรือ “ลดกระหน่ำ เฉพาะในช่วงปีใหม่นี้” ทำให้กระตุ้นผู้อ่านเกิดการตอบสนองอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้การใช้คำเพื่อกระตุ้นโดยระบุระยะเวลาอย่างเป็นลำดับเป็นส่วนของการวางแผนตามลำดับขั้นของอีเมลที่ดีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในวันจันทร์ส่งข้อความไปยังผู้อ่านว่า “เหลืออีก 5 วันสุดท้าย&#8230;” และในวันพฤหัสส่งข้อความไปอีกว่า “เหลือเพียง 24 ชั่วโมง &#8230;” เป็นต้น</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 9 หลีกเลี่ยงใช้คำที่เข้าข่ายเป็น spam</strong><br />
ในการเลือกใช้คำเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านสนใจ มีเส้นแบ่งระหว่างการที่หัวข้อเรื่องที่สดุดตา หรือเป็นอีเมล Spam คุณควรมีการตรวจสอบบทความ หรือตรวจสอบคำ ประโยค หรือโครงสร้างที่จะทำให้บทความของคุณเป็นอีเมล spam เครื่องมือมือตรวจสอบจะบอกคุณให้หลีกเหลี่ยง สองข้อหลักที่จะทำให้บทความของคุณเป็น spam คือ การเขียนหัวข้อเรื่องภาษาอังกฤษด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และใช้เครื่องหมายตกใจมากเกินความจำเป็น (การเขียนด้วยคำที่เข้าข่ายเป็น spam ทั้งสองข้อ ทำให้บทความของคุณมองดูไม่เหมือนเป็นมืออาชีพด้วยเช่นกัน) ซึ่งหากเป็นไปได้ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องหมายตกใจในบทความของคุณ</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 10 ไม่มีเป็นกฏที่ห้ามใช้คำว่า Free เสมอไป </strong><br />
ภาษาอังกฤษคำว่า “Free” จัดอยู่ในคำที่เข้าข่าย Spam และพบมากในอีเมลที่เป็น Spam แต่คุณสามารถใช้คำว่า Free ในหัวเรื่องของคุณได้โดยการไม่ใช้เป็นคำนำหน้าประโยค ไม่ใช้คำว่า Free พร้อมกับเครื่องหมายตกใจ หรือ ไม่สะกดคำว่า Free ในภาษาอังกฤษด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (ทำให้มีโอกาสถูกตรวจมากขึ้น) นอกจากนี้หากอีเมลของคุณมีคำว่า Free แต่มีคนจำนวนมากให้การตอบสนองกับกับอีเมลนี้ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองโดยการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นหรือมีการตอบสนองอื่นๆ อีเมลของคุณก็จะได้รับการพิจารณาและผ่านการคัดกรองไม่เป็น spam ได้</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 11 นำเสนอเข้าสู่บทความ อย่าพาออกนอกเรื่อง </strong><br />
ไม่ควรขยายความในหัวข้อเรื่อง หรือให้คำสัญญาใดๆในอีเมลที่เกินความเป็นจริง หรือเรียกร้องให้ผู้อ่านทำบางสิ่งบางอย่างที่คุณต้องการโดยที่ผู้อ่านพบว่ามันเป็นไปได้ยากมาก ถ้าหากหัวข้อเรื่องของคุณไม่ตรงกับข้อความในอีเมล สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านจะรับรู้ว่ามันจะเป็นการโฆษณาเกินเหตุและทำให้ผู้อ่านเสียความไว้วางใจกับคุณ (และอาจจะรายงานผลให้อีเมลของคุณเป็นอีเมล Spam อีกด้วย)</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 12 เขียนและทดสอบก่อนส่งอยู่เสมอ </strong><br />
โดยปกติการเขียนหัวข้อเรื่องมักเป็นการกระทำขั้นสุดท้าย และโดยส่วนใหญ่เป็นการกระทำอย่างเร่งรีบในการส่งอีเมลเพื่อโฆษณา การเขียนหัวข้อที่ดีควรมีวิธีปฏิบัติกลับกันคือ เมื่อคุณวางแผนที่จะส่งอีเมลเพื่อโฆษณา ให้คุณเริ่มที่จะคิดว่าหัวข้อเรื่องจะเขียนในลักษณะไหนเป็นประการแรก วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้เห็นถึงเป้าหมายการโฆษณาของคุณชัดเจนและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และอาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนำเสนอบทความอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย<br />
ถ้าเป็นไปได้คุณควรที่จะทดสอบหัวข้อเรื่องในกลุ่มตัวอย่างจากรายชื่อสมาชิกของคุณก่อน ถ้าหากคุณไม่มีเวลา ให้ทดสอบหัวข้อกับกลุ่มของคุณสนใจซึ่งอาจรวมไปถึงทีมงานทางการตลาดของคุณ ส่วนงานอื่นในบริษัทของคุณ และแม้กระทั่งเพื่อนจากสายงานอื่นภายนอกเพื่อที่จะได้รับมุมมองที่กว้างขึ้น</p>
<p><strong>กฏข้อที่ 13 ทบทวนผลลัพธ์จากหัวข้อเรื่องที่โฆษณาหรือบทความที่ส่งไปแล้วในอดีต</strong><br />
ให้พิจารณาถึงหัวข้อเรื่องใดได้รัยการตอบสนองตามที่คุณต้องการ มีเรื่องใดที่ได้รับการตอบสนองสูงสุด มีอัตราเฉลี่ยการขายต่อจำนวนของการสั่งซื้อสูงสุด จำนวนการคลิ๊กอีเมลต่ออัตราการเปิดอีเมลอ่านสูงสุด และอื่นๆ<br />
การทบทวนผลของการวิเคราะห์จากเครื่องมือวิเคราะห์ทางเว็บไซต์ จะแสดงถึงว่าบทความใดที่ได้รับการคลิ๊กหรือมีการส่งต่อไปยังผู้อื่นมากที่สุด มีข้อมูลตัวไหนที่เกิดการดาวน์โหลดบ่อยที่สุด มีส่วนไหนของการนำเสนอที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด คุณสามารถนำผลจากการวิเคราะห์นี้ใช้ในการสร้างกลยุทธ์เลือกผลิตภัณฑ์และบทความที่คุณต้องการนำเสนอ รายงานผลเหล่านี้ยังแสดงถึงข้อมูลได้เป็นประโยชน์และมีความสอดคล้องที่สุดอีกด้วย</p>
<p><strong>กฏข้อที่14 การนำเสนอบทความสม่ำเสมอย่างต่อเนื่อง </strong><br />
การส่งอีเมลมากว่าเดือนละครั้งหรือทุกสามเดือนช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่าคุณและผู้อ่านมากขึ้น ผลการตอบสนองของผู้อ่านอีเมลของคุณจะช่วยแสดงถึงสิ่งที่ผู้อ่านมีความสนใจ อีเมลฉบับไหนได้รับการเปิดอ่านและได้การคลิ้กมากกว่ากัน การเลือกใช้คำหรือประเด็นที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสมจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าอยากติดตามข้อมูล<br />
นอกจาที่คุณจะส่งอีเมลอย่างสม่ำเสมอแล้วการเขียนบทความที่มีความต่อเนื่องจากที่คุณได้เริ่มเขียนมาก่อนหน้าแล้วก็จะช่วยให้ผู้อ่านที่มีความสนใจอ่านบทความของคุณต่อเนื่องด้วย ยกตัวอย่างเช่นหากคุณมีกลุ่มสมาชิกที่สนใจเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ คุณอาจเขียนเรื่อง “Car tips: วิธีใช้เกียร์ออโต อย่างฉลาด” และเขียนบทความอื่นที่เกี่ยวข้องกับวิธีดูแลรักษารถที่ดีในเดือนถัดๆไป</p>
<p><strong>กฏข้อ 15 ลองทดสอบว่าจะสามารถทำผู้ได้รับอีเมลเปิดหรืออ่านได้หรือไม่ </strong><br />
ในวันที่ผู้รับเปิดเช็กอีเมลของเขาแล้วพบว่ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลยที่น่าสนใจ คุณจำเป็นต้องกระตุ้นทำให้ผู้อ่านประหลาดใจโดยนำเสนอข้อมูลที่เขาสนใจ เพื่อให้เขาเกิดความสนใจว่า ใครเป็นผู้ส่งมาแล้วผู้ส่งรู้ถึงความต้องการข้อมูลของเรานี้ได้อย่างไร<br />
ย้อนกลับไปยังกฏข้อ 14 ถ้าคุณเขียนบทความสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้อ่านของคุณ สิ่งที่คุณอ้างอิงในหัวข้อเรื่องจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นผู้อ่านในการเปิดอ่านอีเมลของเราว่าเรามีอะไรในการนำเสนอใหม่ในครั้งนี้<br />
ให้ลองทดสอบอย่างง่ายๆด้วยตัวของคุณเองและคนอื่นในทีมงานของคุณว่า หัวข้อเรื่องที่คุณเขียนขึ้นมาผ่านการทดสอบสองข้อนี้หรือไม่</p>
<ul>
<li>แบบทดสอบ ต้องอ่าน ลองตั้งหัวข้อที่หากสมาชิกไม่เปิดอีเมลเขาจะรู้สึกว่าเขาหลุดออกจากความเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มและอาจพลาดโอกาสซึ่งอาจทำให้เขารู้สึกพลวดโอกาสหากไม่ได้เปิดอ่านมัน</li>
<li>แบบทดสอบ Junk box กรณีที่อีเมลของคุณถูกจัดอยู่ใน Junk Box หรือ Bulk mail ชื่อของผู้ส่งและหัวข้อเรื่องที่คุณเขียนมีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจเพียงพอที่จะทำให้ผู้อ่านยอมรับอีเมลฉบับนั้นสู่กล่องข้อความหลักหรือไม่<br />
โดยสรุป ยิ่งเรียนรู้มาก ยิ่งมีโอกาสมาก<br />
ดูเหมือนว่ามีเงื่อนไขหลายประการในการเขียนหัวข้อเรื่องที่มีคุณภาพโดยใช้เพียง 50 ตัวอักษร แต่อักษร 50 คำนี้อาจทำให้การทำตลาดผ่านสื่ออีเมลของคุณประสบความสำเร็จได้ มันคุ้มค่าที่จะให้ความใส่ใจเพื่อทำให้มันถูกต้อง</li>
</ul>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fblog.deemocdiy.com%2F%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581-15-%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2582%2F&amp;linkname=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%2015%20%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%20%28Subject%20line%29%20%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94"><img src="http://blog.deemocdiy.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.deemocdiy.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-15-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
