12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง

ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง
ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่
หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป
หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่
ส่วนเนื้อหา
เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่
มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่
รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่
มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่
ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง
ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่
ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง
ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง
หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ E Mail Marketing
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ E Mail Marketing
จากงานสำรวจและวิจัยของต่างประเทศที่เกี่ยวกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้พบข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับเว็บไซด์ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สร้างขึ้นมานั้นไม่มีระบบในการบันทึกข้อมูลของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์(Sign up form) ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของเขา
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ลงทุนในการสร้างเว็บไซด์ของเขา และได้มีการโฆษณาให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมผ่านทางสื่อต่างๆเช่น พิมพ์ URL ไว้หลังนามบัตร โฆษณาที่สมุดหน้าเหลือง หนังสือพิมพ์ ตามวิทยุท้องถิ่นต่างๆ และตามสื่อทางการตลาดต่างๆ แต่เว็บไซด์ที่พวกเขาทำขึ้นมานั้นไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเก็บข้อมูลของผู้ทีเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ของเขาเลย พวกเขาทำขึ้นมาเพื่อที่จะโชว์สินค้าของพวกเขาเท่านั้น จะมีประโยชน์อะไรถ้าพวกเค้าสร้างเว็บไซด์ที่พวกเค้าสร้างขึ้นมามีแต่ความสวยหรู ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ หรือ อัพเดทข้อมูลใหม่ๆตลอดเวลา แต่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ของเขาจะกลับเพียงแค่มาดูข้อมูลเหล่านั้นก็ต่อเมื่อพวกเค้าต้องการเท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะเว็บไซด์ของผู้ประกอบการไม่ได้มีการเก็บข้อมูลของผู้มาเยือนนั่นเอง

สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจะมีในเว็บไซด์ของเขาคือระบบที่ไว้สำหรับผู้มาเยี่ยมชมเว็บไซด์สามารถกรอกข้อมูลของตัวเองได้(Sign Up Form) โดยที่เว็บไซด์ที่ทำขึ้นไม่จำเป็นต้องสวยหรู มีความแปลกใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้กระทั้งเป็นเว็บที่ทันสมัยที่สามารถการโต้ตอบกับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ได้ (Interactive website) เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่สูญเปล่า หากไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ ข้อมูลของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ที่ผู้ประกอบการควรเก็บ เบื้องต้นไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ละเอียดมากนัก ข้อมูลที่ผู้ประกอบการควรทราบสำหรับการทำ Online marketing นั้นสิ่งสำคัญคือ Email ชื่อ และ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ข้อมูลเบื้องต้นที่กล่าวถึงนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในการทำ Online marketing เพราะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์นั้นถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ทั้งยังถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสนใจในสินค้าและบริการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ดังนั้นคุณควรที่นำข้อมูลที่ได้ไปทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายต่อไป ซึ่งในการกระตุ้นยอดขายนั้นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ Email Marketing นั่นเอง การทำ Email Marketing นั้น ถือเป็นการทำ Online marketing รูปแบบหนึ่งที่ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องจ้างคนที่มีความเก่งในด้านการตลาด หรือจ้างโปรแกรมเมอร์เพื่อมาทำด้านไอที รวมทั้งกราฟิกดีไซด์เพื่อออกแบบ เพราะในการทำ Email Marketing ให้ประสบผลสำเร็จนั้นอาศัยปัจจัยดังนี้ Target(กลุ่มเป้าหมาย) : Offer(ข้อเสนอ) : Creative(ความคิดสร้างสรรค์) โดยแบ่งเป็นอัตราส่วนคือ 40:40:20 จะเห็นว่า สิ่งสำคัญคือกลุ่มเป้าหมายและการนำเสนอสิ่งที่ผู้อ่าน Email จะได้รับ แม้จะเป็น Email ที่เป็นแค่ Textธรรมดาก็สามารถประสบความสำเร็จได้หากผู้ประกอบการส่งได้ถูกกลุ่มเป้าหมายและมีการเสนอสิ่ง จูงใจที่ดี ต่อไปนี้คือตัวอย่างของการส่ง Email Marketing ที่สามารถใช้ได้ในธุรกิจหลากหลายประเภท
การทำการตลาดผ่านสื่ออีเมล (Email Marketing) มีผลดีอย่างไร
อันที่จริงการทำการตลาดผ่านอีเมลเป็นสิ่งที่มีมานานและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศอเมริกา แต่ในประเทศไทยนั้นยังเป็นสิ่งที่รู้จักกันไม่มากนัก จากการศึกษาจาก Winterberry Group ในประเทศอเมริกา พบว่าการใช้จ่ายเงินทุกๆ 1 ดอลล่าร์ (ประมาณ 35 บาท) ในระบบ Email Marketing สามารถทำรายได้กลับคืนมา 15.50 เหรียญหรือประมาณ 540 บาท มากกว่าการทำการตลาดโดยส่งจดหมายโดยตรง (Direct-mail) 17 % และมากกว่าในการใช้โทรศัพท์ในการทำการตลาด (Telemarketing) ถึง 73% โดยสรุปคุณสามารถหวังผลทางการตลาดจากระบบ Email Marketing ได้ หากคุณส่งบทความอิเล็คทรอนิกส์ไปยังรายชื่อลูกค้าของคุณอย่างน้อยที่สุดเดือนละครั้ง ปัจจัยที่สำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงคือต้นทุนของการทำตลาดชนิดนี้คือการได้รับสมาชิกใหม่เพิ่มในฐานลูกค้าของคุณ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในการเขียนแต่ละบทความ






