DeeMocDIY.com
   
OR

DeeMocDIY Blog

TAG | Internet

สิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับ Email Marketing

การที่เราจะทำ Email Marketing หรือ เขียน e-mail อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อติดต่อกับลูกค้าให้ประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นด้านการขายหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรนั้น มีหลายองค์ประกอบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ทำพวก Email Marketing ซึ่งมี อีเมล์ เป็นอาวุธหลักด้วยแล้วยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก เพราะหากเราเขียนดี ตั้ง Subject Line ดีๆ น่าดึงดูด และถูกหลัก โอกาสที่จะเพิ่ม Click Through Rate (CTR) หรือ Conversion Rate ในการเปิด Email อ่านและ คลิ๊ก ไปยัง Landing Page ปลายทางซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการการขาย ต่อไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น

วันนี้เราจะมาดูว่า การสร้าง E-mail ในโลกของ Email Marketing นั้น นักการตลาดออนไลน์เขาาระวังเรื่องอะไรเป็นสำคัญบ้าง และมีเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

อย่าส่ง Email ไปที่ Account ที่ไม่มีตัวตนเด็ดขาด

หากอยากให้ธุรกิจของคุณไม่มีปัญหากับ ISP ก็อย่าส่ง email ไปยังที่อยู่ที่ไม่มีตัวตนจริงๆ หรือ ที่อยู่ Email Address มั่วๆ เพราะ ถ้าจำนวนที่อยู่มั่วๆเยอะมากขึ้นๆ จะทำให้ ISP มองว่าคุณเป็นพวก Spam หรือ Computer ฺBot ที่มาป่วนระบบเค้า ลองคิดดู ถ้าที่อยู่มั่ว เวลา ISP ส่ง Mail ออกไปจะทำให้ Mail ตีกลับมา เดือดร้อน Server เค้าต้องมารับภาระเคลียร์ Bounce Rate อีก

  • Share/Bookmark

, , , , , , , ,

คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing

คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing

Above-the-fold – ส่วนที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อเปิดอ่านหน้าเว็บไซต์หรืออีเมล โดยที่ยังไม่ได้ทำการเลื่อน Scroll Bar ลงซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงได้ทันทีและสำคัญที่สุดพื้นที่หนึ่ง

Affirmative Consent – เป็นอีกคำหนึ่งของคำว่าได้รับอนุญาต ผู้รับอีเมลของท่านจะได้รับข้อความแจ้งเพื่อร้องขอความยินยอมว่าอีเมลของ ผู้รับจะถูกจัดเก็บเข้าระบบและถูกใช้ การปฏิบัติลักษณะนี้มิใช้การปฏิบัติที่ดีที่สุดแต่เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการ Email Marketing มักจะใช้

Auto Responder – โปรแกรมหรือสคริปต์ที่จะทำการส่งการตอบกลับโดยอัตโนมัตเมื่อมีคนส่งข้อความ มายังระบบ ส่วนใหญ่การใช้งานระบบตอบรับอัตโนมัตินี้ มักจะใช้กับการสมัครและยกเลิกการยืนยัน, ต้อนรับอีเมลและการตอบปัญหาลูกค้า

Autoresponder Series – ระบบตอบรับอัตโนมัติแบบชุด – เป็นชุดข้อความที่จะถูกส่งตามกำหนด อาจจะเป็น 10 ข้อความ 10 วัน เพื่อเป็นการให้ข้อมูลลูกค้า และเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราให้ความสนใจและยินดีให้บริการลูกค้า ซึ่งจะทำให้เป็นผลบวกกับธุรกิจของท่าน

Blacklists – คือรายชื่อDomains or IP ที่มีการรายงานว่าทำการรบส่งเมลรบกวนผู้อื่น

Bonded Sender – เป็นการส่งประเภทหนึ่งซึ่งมีการรับรองผลของการส่ง ผู้ส่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้าน Email Marketing เหมือนกับว่าBonded Sender ได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการ ISPs ต่างๆเพื่อให้ผู้ให้บริการ ISPs เหล่านั้นยอมรับอีเมลของ Bonded Sender

Bounce Back Handling – เป็นกระบวนการที่ข้อความถูกตีกลับ ซึ่งมีสาเหตุหลายประการเช่นชื่อของ Email นั้นไม่ถูกต้อง

  • Share/Bookmark

,

พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย

พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย

ในปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสูงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแวดวงของการสื่อสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก เช่นในเรื่องของใช้โทรศัพท์ซึ่งแต่เดิมมีเพียงเพื่อการสื่อสารผ่านเสียง การส่งข้อความสั้น การส่งรูปภาพแต่ในระยะหลังมานี้ โทรศัพท์เป็นยิ่งกว่าโทรศัพท์ บริษัทชั้นนำต่างๆได้พัฒนาระบบให้สามารถรองรับการทำงานต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะ การเข้าใช้บริการ Internet ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดานักธุรกิจตลอดจนพนักงานออฟฟิสปัจจุบันมักจะมีโทรศัพท์ ที่สามารถใช้บริการInternet ได้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม ผู้บริโภคว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวไว้พอสังเขป

พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้

ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture  Factors) ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้ามหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยแต่ในความเป็นจริงเป็นปัจจัยที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นวัฒนธรรมแต่ละสังคมจึงผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของ แต่ละบุคคล โดยหากผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจกับปัจจัยนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่นเป็นกรณีๆไป ซึ่งปัจจัยวัฒนธรรมยังสามารถแบ่งย่อยๆได้อีกดังนี้

moralimizbozuk1. วัฒนธรรม(Culture) เป็นการคำนึงถึงบุคลิกลักษณะนิสัยโดยรวมของกลุ่มคน ณ สถานที่หนึ่ง ในแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะนิสัยต่างๆกันไป อย่างของประเทศไทยเราก็จะมีลักษณะเด่นๆอาทิเช่น ยิ้มสยาม ความเกรงอกเกรงใจเป็นต้น

2. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Subculture) แม้ว่าเราจะรู้พื้นฐานของพฤติกรรมโดยรวมแล้วแต่เรายังต้องพิจารณาให้ลึกลงไปถึง เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, พื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลากหลายเชื้อชาติ และในแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมย่อยลงไปอีกหรือแม้กระทั่งเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนาก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน

3. ชนชั้นของสังคม (Social  Class) ในเรื่องของชนชั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้อย่างเด็ดขาดว่าไม่มีส่วนสำคัญเพราะในเรื่องของชนชั้นนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลซึ่งแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ อาชีพ, ฐานะ, รายได้ ผู้มีรายได้สูงก็จะบริโภคสินค้าที่มีราคาสูง ส่วนผู้มีรายได้ต่ำก็ย่อมบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก

ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal  Factors) ก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ในหัวข้อนี้จะเป็นการลงลึกถึงแต่ละบุคคลลงไปว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมของผู้บริโภค

1. อายุ (Age) ในแต่ละช่วงอายุของแต่ละบุคคลจะมีการบริโภคที่ไม่เหมือนกันในวัยเด็ก เด็กจะสนใจแต่เรื่องของความสนุก ของเล่น เครื่องเล่น เกมส์ฯลฯ แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็จะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมมาบริโภคข่าวสารหรือสิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้นแต่อย่างไรก็ดีมียังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทุกวัยต้องการเช่น ความสะดวกสบายนั่นเอง

  • Share/Bookmark

, ,

DeeMocDIY Newsletter

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารจาก DeemocDIY
และเทคนิค Top 10 Email Marketing Tips ฟรี!

Email Address: