DeeMocDIY.com
   
OR

DeeMocDIY Blog

TAG | Email Content

12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ

12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ

ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง

checklist1

ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง

1266301532_Check ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่

1266301532_Check หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป

1266301532_Check หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่

ส่วนเนื้อหา

1266301532_Check เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่

1266301532_Check มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่

1266301532_Check รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่

1266301532_Check มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่

1266301532_Check ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง

1266301532_Check ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่

1266301532_Check ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่

1266301532_Check ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง

1266301532_Check ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง

หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง

  • Share/Bookmark

, , , , ,

SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

Spam

คุณเคยรู้สึกว่าคุณได้ทำ Email Marketing ได้อย่างถูกต้องแล้วแต่ทำไมยังถูกมองว่าเป็น SPAM อยู่ บทความนี้จะบอกคุณถึงปัญหาและวิธีการ เพื่อที่คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเป็น SPAMเราลองมาดู 11 เหตุผลที่คุณไม่ควรกระทำ เพื่อไม่ให้ Email ของคุณเป็น SPAM ซึ่งหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว เราหวังว่าคุณจะสามารถนำไปพัฒนาเทคนิคการเขียน หัวเรื่อง เนื้อหา และความถี่ในการส่ง Email ของคุณ ก่อนที่ Email ของคุณถูกมองว่าเป็น SPAM

ผลการสำรวจของ Epsilon International กว่า 4,000 คน ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขามอง Email ที่ได้รับว่าเป็น SPAM

1. Email ที่มีการตั้งชื่อลวงเพื่อให้เปิดอ่าน (74%)

2. Email ที่มีการตั้งชื่อเรื่องก้าวร้าวและรุนแรง (68%)

3. Email ที่ผู้รับไม่ได้มีการสมัครเป็นสมาชิก (62%)

4. Email ที่ผู้รับไม่รู้จักผู้ส่ง (61%)

5. Email ที่ถูกกรองลงโฟลเดอร์ขยะ (Junk) โดยอัตโนมัติ (43%)

6. Email ใดๆที่ผู้รับไม่ต้องการไม่ว่าจะทำการสมัครสมาชิกหรือไม่ก็ตาม (37%)

7. Email จากผู้ส่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ที่ผู้รับมีอยู่ (Contact list) (34%)

  • Share/Bookmark

, , ,

How to Code HTML Email Newsletter : Part I

ทุกวันนี้ Email Client ต่างๆสามารถอ่าน Email ที่เป็น HTML ได้แล้วไม่ว่าจะเป็น
Eudora, Outlook, AOL, Thunderbird, Lotus Notes หรือแม้กระทั่งweb-based email
services เช่น Yahoo!, Hotmail และ Google Mail (Gmail).

เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการสร้าง HTML Email ด้วยตัวคุณเอง มีหลักการง่ายๆแค่ 2 ข้อทีคุณต้องทราบ
1.ใช้ Table Tag, control ทุกอย่างที่เป็น layout ของหน้า Email
2.ใช้ inline CSS เพื่อ Control, เช่น background colors หรือ fonts.

,

การเขียน Email Content อย่างมืออาชีพ

Email

Email

สวัสดีครับ บทความที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นบทความที่กล่าวถึงการทำ Email ที่ถูกต้องหลายครั้งคุณอาจพบกับปัญหาว่าเหตุใดอีเมลส่งเมลไปหาผู้รับไม่ได้ เหตุผลที่ส่งไม่ได้มีมากมายซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากระบบที่ใช้ในการส่ง หรืออาจเกิดจากเนื้อหาของเมลที่เราได้สร้างขึ้น โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะกรณี่ที่เกิดจากเนื้อความของคุณ    สาเหตุหลักๆทีทำให้อีเมลของเราไม่สามารถไปถึงปลายทางได้เนื่องจากระบบปลายทางมองว่าอีเมลของเราเข้าข่ายอีเมลขยะ SPAM แล้วระบบเหล่านั้นเค้ามีตัวชี้วัดอย่างไรในการแยกว่าอีเมลประเภทไหนบ้างที่เป็นอีเมลขยะ อีเมลประเภทไหนบ้างที่ไม่เป็น วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุผลหลักๆ กัน

อันดับแรก รูปภาพ

ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนำรูปภาพโบว์ชัวที่มีเนื้อหาสิ่งทีต้องการส่งไปยังผู้รับทั้งภาพเลย วิธีการนี้เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะว่าระบบจะมอกว่าอีเมลลักษณะนี้เป็น SPAM แล้ว เราควรทำอย่างไรหากคุณมีรูปภาพที่ต้องการส่งไปยังลูกค้าคุณควรพึงระลึกไว้ เสมอว่ารูปภาพเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบของเนื้อหาใจความของเรา เราควรใส่รูปภาพให้มีขนาดและจำนวนที่เหมาะสมไม่ใหญ่หรือไม่มากจนเกินไปขนาดความกว้างของรูปภาพไม่ควรเกิน 600 Pixels เพราะหากรูปภาพใหญ่เกินไป จะทำให้เสียเวลาของผู้รับในการโหลดเพื่อดูรูปภาพ นอกจากนี้หากคุณส่งเพียงแค่รูปภาพอย่างเดียวหากผู้รับไม่เลือกที่จะให้แสดง ผลรูปภาพของคุณ คุณจะเสียซึ่งโอกาสสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณท์หรือบริการของคุณนอกจากนี้ระบบ ของผู้รับบางรายไม่สามารถที่จะแสดงผลได้เต็มพื่นที่หรือเต็มขนาดตามที่เรา ต้องการอีกด้วย ต่อมาเมื่อเราทราบเบื้องต้นแล้วว่าเราควรใส่รูปภาพแค่ไหนอย่างไร เราจะมาพูดถึงการทำให้รูปภาพเรามีความน่าสนใจและลูกเล่นมากขึ้นเดิมเรามักจะ ใส่รูปเพื่อแสดงข้อมูลรายละเอียด แต่ปัจจุบันระบบการส่งอีเมลมีลูกเล่นมากขึ้น คุณสามารถที่จะใส่ Link ไปยังรูปภาพที่ใหญ่ขึ้น หรือไปยังเว็บไซด์ ที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ เราทำเพื่ออะไร? ก็เพื่อให้ผู้รับเค้าสามารถที่จะเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้นหรือหาข้อมูลเกี่ยวกับ รูปภาพนั้นๆได้มากขึ้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ารูปภาพเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจแต่อย่างไรก็ ดีหากเราใส่รูปภาพใหญ่เกินไปหรือเยอะเกินไปจะไม่เป็นผลดีต่อการทำอีเมล ดังนั้นเราจึงควรเพิ่มเติมลูกเล่นให้กับรูปภาพเพื่อให้นำไปสู่รายละเอียด อื่นๆที่เราอยากนำเสนอ

อันดับที่สอง การแสดงผล

  • Share/Bookmark

,

DeeMocDIY Newsletter

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารจาก DeemocDIY
และเทคนิค Top 10 Email Marketing Tips ฟรี!

Email Address: