การทำการตลาดบนโลก Internet
หลายต่อหลายคนพยายามคิดหาหนทางการทำการตลาดหลากหลายวิธี ลองซื้อหนังสือมาดู ลองหาข้อมูลบนเว็บ หลายต่อหลาย กูรู ก็แนะนำกันต่างๆนานา แต่ที่ลงเอยแน่นอนก็คือการทำการตลาดบนโลก Internet วันนี้ Mr.Moc ขอแชร์เรื่องการทำการตลาดบนโลก Internet ให้เหล่าสมาชิกทราบซักพอเป็นสังเขปนะครับ สื่่อที่นักการตลาดมักใช้ในการทำการตลาดและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน มีดังนี้






สื่อต่างๆที่ยกตัวอย่างข้างต้น หลายต่อหลายธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ หลายต่อหลายธุรกิจก็ไม่ ต้นเหตุของปัญหาที่หลายต่อหลายธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จด้วยการทำการตลาดผ่านสื่อดังกล่าวนั้นเพราะว่าผู้ทำไม่มีความรู้ความเข้าใจใน Features ต่างๆของมันว่ามีหน้าที่คืออะไร หลายต่อหลายคนยังคงยึดติดกับการทำการโฆษณาแบบยัดเยียดอยู่ และก็พยายามที่จะนำเสนอข่าวสารของตนให้กับผู้รับให้ได้มากที่สุด แต่ความจริงแล้วคุณต้องรู้ว่ากับเครื่องมือหรือสื่อชนิดนี้คุณควรทำอย่างไรถึงจะเกิดประสิทธิ์ภาพสูงสุด
ในการทำการตลาดผ่านสื่อต่างๆ บนโลก Internet นั้นคุณจำเป็นที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนว่า Feature (ระบบ) ของสื่อแต่ละชนิดมีการทำงานอย่างไร และมีวัตถุประสงค์อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น FaceBook ที่เป็น Social Media ที่มาแรงสุดๆในขณะนี้ วัตถุประสงค์หลักของ Facebook นั้นถึอกำเนินดเพื่อเป็นสังคมออนไลน์เพื่อให้ผู้คนต่างสถานที่ สามารถติดตามข่าวสาร พูดคุยซึ่งกันและกัน แต่นักการตลาดหลายคนกลับใช้เป็นเพียงเหมือนกระดานประกาศ โปรโมชั่น สินค้า หรือบริการของตน ซึ่งในความเป็นจริงนั้น การใช้พลังของ Facebook คือคุณต้องสร้างกลุ่มที่ติดตามคุณ สนใจคุณ และรักในคุณ และจะทำอย่างไร วิธีการก็คงไม่พ้นการที่คุณต้องมีกิจกรรม มีการพูดคุย สร้างความน่าสนใจให้คนเข้ามาติดตามและพูดคุยกับคุณ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ก่อนคุณจะใช้สื่่อตัวใดคุณควรที่จะศึกษาหาข้อมูลว่าสื่อตัวนั้นๆ ทำอะไรได้บ้างเพื่อจะได้ไม่ใช้สื่อผิดประเภท
สิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับ Email Marketing
การที่เราจะทำ Email Marketing หรือ เขียน e-mail อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อติดต่อกับลูกค้าให้ประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นด้านการขายหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรนั้น มีหลายองค์ประกอบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ทำพวก Email Marketing ซึ่งมี อีเมล์ เป็นอาวุธหลักด้วยแล้วยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก เพราะหากเราเขียนดี ตั้ง Subject Line ดีๆ น่าดึงดูด และถูกหลัก โอกาสที่จะเพิ่ม Click Through Rate (CTR) หรือ Conversion Rate ในการเปิด Email อ่านและ คลิ๊ก ไปยัง Landing Page ปลายทางซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการการขาย ต่อไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น
วันนี้เราจะมาดูว่า การสร้าง E-mail ในโลกของ Email Marketing นั้น นักการตลาดออนไลน์เขาาระวังเรื่องอะไรเป็นสำคัญบ้าง และมีเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
อย่าส่ง Email ไปที่ Account ที่ไม่มีตัวตนเด็ดขาด
หากอยากให้ธุรกิจของคุณไม่มีปัญหากับ ISP ก็อย่าส่ง email ไปยังที่อยู่ที่ไม่มีตัวตนจริงๆ หรือ ที่อยู่ Email Address มั่วๆ เพราะ ถ้าจำนวนที่อยู่มั่วๆเยอะมากขึ้นๆ จะทำให้ ISP มองว่าคุณเป็นพวก Spam หรือ Computer ฺBot ที่มาป่วนระบบเค้า ลองคิดดู ถ้าที่อยู่มั่ว เวลา ISP ส่ง Mail ออกไปจะทำให้ Mail ตีกลับมา เดือดร้อน Server เค้าต้องมารับภาระเคลียร์ Bounce Rate อีก
การสร้าง Email และการเขียน อีเมล์ ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด เพิ่มยอดขาย
วันนี้เราจะมาพูดถึง วิธีการเขียน Email หรือ สร้าง Email ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอีเมล์ (Email) นับเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กรเพราะทำให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ระบบส่ง Email ที่ประสิทธิภาพสูงและรับประกันได้ว่าเข้าถึงลูกค้าทุกๆคน อาจจะไม่ได้ผลทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่เลยหากตัว Email นั้นมีเนื้อหาและรูปแบบที่ไม่โดนใจลูกค้า
เดี๋ยวนี้มีหลายๆที่ให้ บริการการส่ง email ให้กับลูกค้าทีละหลายๆคนอย่างมีประสิทธิภาพ (ที่ DeeMoc เราก็มีบริการนี้อยู่ในราคาพิเศษสุดคุ้ม) และได้ผลมากกว่าการส่งอีเมล์โดย Program หรือ Server ที่ไม่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะในการส่งแบบปริมาณมากๆ หาลูกค้า แต่อย่างที่บอกว่าระบบส่ง email อาจจะสำคัญ แต่ถ้าจะให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำตลาดโดย Email Marketing แล้วเราควรต้องรู้วิธีการสร้าง Email ให้โดนใจลูกค้าเพื่อให้ขายของได้หรือทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ดีต่อองค์กร
การสร้าง Email และการเขียนอีเมล์ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดเพิ่มยอดขาย
การตั้งชื่อ Email Subject ให้โดนใจ
Email Subject หรือชื่อเรื่อง อีเมล์ คือสิ่งแรกที่คนจะเปิดเห็น ดังนั้นการสร้างเนื้อหาที่จุดนี้ควรให้โดดเด่นและสอดคล้องกับเนื้อหาที่เขียนในเมล์ ซึ่งเนื้อหาตรง Email Subject นี้อาจเป็น Promotion หรือ คำพูดที่กระตุ้นให้คน Click เพื่อเปิดอ่าน
การตั้งชื่อผู้ส่ง (Email Sender) ให้สะดุดตาผู้ชม
ชื่อผู้ส่งก็มีผลเป็นอย่างมากในการสร้างความเชื่อถือการตั้ง Email Sender ที่ไม่ดี อาจทำให้คนเปิดอ่านมองว่าเป็น Spam ได้
12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง

ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง
ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่
หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป
หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่
ส่วนเนื้อหา
เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่
มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่
รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่
มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่
ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง
ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่
ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง
ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง
หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง
SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM
SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

คุณเคยรู้สึกว่าคุณได้ทำ Email Marketing ได้อย่างถูกต้องแล้วแต่ทำไมยังถูกมองว่าเป็น SPAM อยู่ บทความนี้จะบอกคุณถึงปัญหาและวิธีการ เพื่อที่คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเป็น SPAMเราลองมาดู 11 เหตุผลที่คุณไม่ควรกระทำ เพื่อไม่ให้ Email ของคุณเป็น SPAM ซึ่งหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว เราหวังว่าคุณจะสามารถนำไปพัฒนาเทคนิคการเขียน หัวเรื่อง เนื้อหา และความถี่ในการส่ง Email ของคุณ ก่อนที่ Email ของคุณถูกมองว่าเป็น SPAM
ผลการสำรวจของ Epsilon International กว่า 4,000 คน ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขามอง Email ที่ได้รับว่าเป็น SPAM
1. Email ที่มีการตั้งชื่อลวงเพื่อให้เปิดอ่าน (74%)
2. Email ที่มีการตั้งชื่อเรื่องก้าวร้าวและรุนแรง (68%)
3. Email ที่ผู้รับไม่ได้มีการสมัครเป็นสมาชิก (62%)
4. Email ที่ผู้รับไม่รู้จักผู้ส่ง (61%)
5. Email ที่ถูกกรองลงโฟลเดอร์ขยะ (Junk) โดยอัตโนมัติ (43%)
6. Email ใดๆที่ผู้รับไม่ต้องการไม่ว่าจะทำการสมัครสมาชิกหรือไม่ก็ตาม (37%)
7. Email จากผู้ส่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ที่ผู้รับมีอยู่ (Contact list) (34%)
How to Code HTML Email Newsletter : Part I
ทุกวันนี้ Email Client ต่างๆสามารถอ่าน Email ที่เป็น HTML ได้แล้วไม่ว่าจะเป็น
Eudora, Outlook, AOL, Thunderbird, Lotus Notes หรือแม้กระทั่งweb-based email
services เช่น Yahoo!, Hotmail และ Google Mail (Gmail).
เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการสร้าง HTML Email ด้วยตัวคุณเอง มีหลักการง่ายๆแค่ 2 ข้อทีคุณต้องทราบ
1.ใช้ Table Tag, control ทุกอย่างที่เป็น layout ของหน้า Email
2.ใช้ inline CSS เพื่อ Control, เช่น background colors หรือ fonts.
การเขียน Email Content อย่างมืออาชีพ

สวัสดีครับ บทความที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นบทความที่กล่าวถึงการทำ Email ที่ถูกต้องหลายครั้งคุณอาจพบกับปัญหาว่าเหตุใดอีเมลส่งเมลไปหาผู้รับไม่ได้ เหตุผลที่ส่งไม่ได้มีมากมายซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากระบบที่ใช้ในการส่ง หรืออาจเกิดจากเนื้อหาของเมลที่เราได้สร้างขึ้น โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะกรณี่ที่เกิดจากเนื้อความของคุณ สาเหตุหลักๆทีทำให้อีเมลของเราไม่สามารถไปถึงปลายทางได้เนื่องจากระบบปลายทางมองว่าอีเมลของเราเข้าข่ายอีเมลขยะ SPAM แล้วระบบเหล่านั้นเค้ามีตัวชี้วัดอย่างไรในการแยกว่าอีเมลประเภทไหนบ้างที่เป็นอีเมลขยะ อีเมลประเภทไหนบ้างที่ไม่เป็น วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุผลหลักๆ กัน
อันดับแรก รูปภาพ
ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนำรูปภาพโบว์ชัวที่มีเนื้อหาสิ่งทีต้องการส่งไปยังผู้รับทั้งภาพเลย วิธีการนี้เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะว่าระบบจะมอกว่าอีเมลลักษณะนี้เป็น SPAM แล้ว เราควรทำอย่างไรหากคุณมีรูปภาพที่ต้องการส่งไปยังลูกค้าคุณควรพึงระลึกไว้ เสมอว่ารูปภาพเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบของเนื้อหาใจความของเรา เราควรใส่รูปภาพให้มีขนาดและจำนวนที่เหมาะสมไม่ใหญ่หรือไม่มากจนเกินไปขนาดความกว้างของรูปภาพไม่ควรเกิน 600 Pixels เพราะหากรูปภาพใหญ่เกินไป จะทำให้เสียเวลาของผู้รับในการโหลดเพื่อดูรูปภาพ นอกจากนี้หากคุณส่งเพียงแค่รูปภาพอย่างเดียวหากผู้รับไม่เลือกที่จะให้แสดง ผลรูปภาพของคุณ คุณจะเสียซึ่งโอกาสสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณท์หรือบริการของคุณนอกจากนี้ระบบ ของผู้รับบางรายไม่สามารถที่จะแสดงผลได้เต็มพื่นที่หรือเต็มขนาดตามที่เรา ต้องการอีกด้วย ต่อมาเมื่อเราทราบเบื้องต้นแล้วว่าเราควรใส่รูปภาพแค่ไหนอย่างไร เราจะมาพูดถึงการทำให้รูปภาพเรามีความน่าสนใจและลูกเล่นมากขึ้นเดิมเรามักจะ ใส่รูปเพื่อแสดงข้อมูลรายละเอียด แต่ปัจจุบันระบบการส่งอีเมลมีลูกเล่นมากขึ้น คุณสามารถที่จะใส่ Link ไปยังรูปภาพที่ใหญ่ขึ้น หรือไปยังเว็บไซด์ ที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ เราทำเพื่ออะไร? ก็เพื่อให้ผู้รับเค้าสามารถที่จะเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้นหรือหาข้อมูลเกี่ยวกับ รูปภาพนั้นๆได้มากขึ้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ารูปภาพเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจแต่อย่างไรก็ ดีหากเราใส่รูปภาพใหญ่เกินไปหรือเยอะเกินไปจะไม่เป็นผลดีต่อการทำอีเมล ดังนั้นเราจึงควรเพิ่มเติมลูกเล่นให้กับรูปภาพเพื่อให้นำไปสู่รายละเอียด อื่นๆที่เราอยากนำเสนอ







