การนำ Social Media Network มาใช้ร่วมกับ Email Marketing
Social Media Network ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Hi5 หรือ Email Marketing คือเครื่องมือที่หลายๆธุรกิจให้ความยอมรับและสนใจนำมาใช้เพื่อ โปรโมตสินค้า รวมถึงบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้ารวมถึงกลุ่มคนที่ให้ความสนใจในตัวสินค้าที่อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต
จากการวิจัยของหลายๆบริษัทชั้นนำทางด้านการวางแผนธุรกิจทาง Online เช่น Omniture และ CMO Club ต่างก็ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า Email marketing นั้นให้ผลต่อยอดขายของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม การนำเอา Email Marketing มาใช้กับธุรกิจนั้นดูเหมือนว่าจะมีการนำเอากลยุทธ ทางด้าน Social Network มาเสริมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก และนี่คือ Trend ใหม่ที่มาแรงในปีนี้เลยทีเดียว
ทำไม Social Media Network ถึงเป็น Trend ที่กำลังมาแรงใน พ.ศ. นี้ คำตอบคือ มันทำให้เราสามารถเข้าถึง User ที่อยู่ในวง Network ของเราได้ทันทีและพร้อมกันหลายๆคนในเวลาเดียวกัน และยิ่งนำมาใช้กระจายข่าวสารหรือ Promote สินค้าของเราแล้ว นับว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะกับธุรกิจมากๆตอนนี้
ควรจะต้องใช้ Social Media Network หรือ Email Marketing ถึงจะเหมาะกับธุรกิจของเรา
ก่อนอื่นเรามาดูคำจำกัดความของทั้งสองรูปแบบการตลาดที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลของโลก Internet กันก่อน
Social Network Marketing หรือ การตลาดที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภค
หลักการง่ายๆของกลยุทธ นี้คือการสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าของผลิตภัณฑ์ของเราหรืออาจจะเป็นลูกค้าในอนาคตก็ได้ จากนั้นอาศัยช่องทางนี้ในการ Promote ตัวสินค้าหรือข่าวสารกิจกรรมในองค์กร ซึ่ง User หรือ ลูกค้า จะเป็นผู้ที่เราคาดหวังว่าจะให้ทำการ ส่ง Forward ข้อมูลตัวสินค้าต่อไปเอง
VDO นำเสนอรูปการทำโฆษณาจากอดีตถึงปัจจุบัน
การทำการตลาดผ่านสื่อ Internet ไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกัน หลายครั้งคุณมี Idea ที่เยี่ยมยอด, คุณมี Promotion ที่ดึงดูด, คุณมีบริการหรือสินค้าที่น่าประทับใจ แต่สิ่งที่คุณขาดคือวิธีการนำเสนอ ในต่างประเทศมี Website แห่งหนึ่งชื่อ EpipheoStudios (http://www.epipheostudios.com/) ทำวิดีโอแนะนำเรื่องของการทำโฆษณาในอดีตจนถึงปัจจุบันผ่าน YouTube ทีมงานเห็นว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งจึงได้ นำมาแนะนำ
จากวีดีโอสิ่งที่สำคัญที่นำเสนอคือการสื่อสารออกไปในลักษณะ Viral Marketing ซึ่งผู้ทำนั้นได้ใช้เครื่องมือหรือสื่อหลายๆแขนงมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันและสื่อหนึ่งที่ขาดเสียไม่ได้คือการส่ง Email
การสื่อสารผ่าน Email คืออะไร? ต่างกับจดหมายอย่างไร?
การสื่อสารผ่าน Email คืออะไร? หน้าที่ของ Email ไม่ต่างอะไรกับการส่งจดหมายแต่เป็นการส่งจดหมายแบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่สิ่งที่ต่างกันคือ

- ส่งได้อย่างรวดเร็วแม้จะส่งครั้งละจำนวนมาก หากคุณส่งไปรษณีย์ต้องใช้เวลาเป็นวัน เพื่อส่งไปยังต่างประเทศ แต่หากใช้ อีเมล์เพียงแค่ไม่กี่อึดใจผู้รับปลายทางก็ได้รับข้อมูลข่าวสาร
- ส่งข้อมูลข่าวสารที่มีลูกเล่น เช่นการทำ HTML ซึ่งผู้รับส่วนใหญ่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ การแนบ Link ต่างๆเพื่อให้ผู้รับเลือกรับข่าวสารเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ภาพ เสียง วีดีโอ ข้อความ หรือแม้แต่ไฟล์เอกสารก็ตาม คุณสามารถส่งผ่าน Email ได้ทั้งหมด ซึ่งไม่มีสื่อตัวใดสามารถทำได้
- การเก็บข้อมูลสถิติ (ปัจจุบันระบบส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้) ในการเก็บข้อมูลที่ได้จากการส่ง Email นั้นจะช่วยให้คุณทราบถึงความสนใจของผู้รับว่าสนใจเนื้อหา บริการหรือสินค้าใด ที่เราได้นำเสนอไป
แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันใน Inbox ของใครหลายคนอาจเต็มไปด้วย SPAM Mail เนื่องด้วยมีกลุ่มที่ไม่เข้าใจการทำ Email Marketing ว่าต้องทำอย่างไรและทำอย่างไรจึงไม่เป็น SPAM ผลของการทำ SPAM ที่ตามมาทันทีก็คือผู้รับเกิดความรู้สึกรำคาญและหาหนทางในการป้องกันไม่ให้ Mail ลักษณะนี้เข้ามาอีก โดยทำการแจ้งไปยังผู้ให้บริการ Email ต่างๆ อาทิ Hotmail, Yahoo, Gmail ,etc ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้ก็ย่อมต้องเพิ่มขีดความสามารถของระบบเพื่อป้องกันมิให้ผู้ทำ SPAM (Spammer) นั้นสามารถส่ง Email เข้าสู่ระบบได้อีก ดังนั้นคุณจึงควรระวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งข้อมูลข่าวสารของคุณนั้นไมม่เข้าข่าย SPAM อย่างเด็ดขาดคุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Blog เรื่อง SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM หรือสามารถติดต่อสอบถามกับทีมงานของเราได้ที่ http://www.deemocdiy.com/contactus.php
การทำการตลาดบนโลก Internet
Digital Marketing
ในปัจจุบันช่องทางในการทำการตลาดมีรูปแบบใหม่ๆมากขึ้นโดยเฉพาะการทำการตลาดบนโลก Internet สาเหตุที่ธุรกิจต่างๆต้องการทำการตลาดบนโลกอินเตอร์เน็ตก็เนื่องด้วยมีช่องทางที่หลากหลาย ลงทุนน้อย ได้ผลลัพธ์สูงดังนั้นหลายต่อหลายธุรกิจจึงได้พยายามที่จะหาหนทางในการทำการตลาดบนโลก Internet ซึ่งหลายต่อหลายคนก็พยายามศึกษาหาหนทางการตลาดทั้งจากการ ลองซื้อหนังสือมาดู ลองหาข้อมูลบนเว็บ หลายต่อหลาย กูรู ก็แนะนำกันต่างๆนานา วันนี้ Mr.Moc ขอแชร์เรื่องการทำการตลาดบนโลก Internet ให้เหล่าสมาชิกทราบซักพอเป็นสังเขปนะครับ บนโลก Internet การทำ Digital Marketing ที่นิยมก็มักจะมี
Website เป็นที่แน่นอนว่าหากใครที่คิดจะทำกิจกรรมใดบนโลก Internet นั้นมักนึกถึงการมี Website เป็นของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำการตลาดบนโลกออนไลน์นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีเว็บไซด์ก่อนเป็นอันดับแรกก็ได้
Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ ที่ผู้เขียนจะเขียนในเรื่องที่ตนสนใจ และหากมีข้อมูลอื่นๆที่ต้องการอ้างถึงก็ทำการ link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการเพิ่มเติมข้อมูลและนอกจากนี้ ผู้ชมสามารถร่วมทำกิจกรรมในการ comments เพื่อแสดงความคิดเห็นต่างๆได้อีกด้วย
พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย
พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย
ในปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสูงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแวดวงของการสื่อสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก เช่นในเรื่องของใช้โทรศัพท์ซึ่งแต่เดิมมีเพียงเพื่อการสื่อสารผ่านเสียง การส่งข้อความสั้น การส่งรูปภาพแต่ในระยะหลังมานี้ โทรศัพท์เป็นยิ่งกว่าโทรศัพท์ บริษัทชั้นนำต่างๆได้พัฒนาระบบให้สามารถรองรับการทำงานต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะ การเข้าใช้บริการ Internet ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดานักธุรกิจตลอดจนพนักงานออฟฟิสปัจจุบันมักจะมีโทรศัพท์ ที่สามารถใช้บริการInternet ได้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม ผู้บริโภคว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวไว้พอสังเขป
พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้
ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture Factors) ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้ามหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยแต่ในความเป็นจริงเป็นปัจจัยที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นวัฒนธรรมแต่ละสังคมจึงผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของ แต่ละบุคคล โดยหากผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจกับปัจจัยนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่นเป็นกรณีๆไป ซึ่งปัจจัยวัฒนธรรมยังสามารถแบ่งย่อยๆได้อีกดังนี้
1. วัฒนธรรม(Culture) เป็นการคำนึงถึงบุคลิกลักษณะนิสัยโดยรวมของกลุ่มคน ณ สถานที่หนึ่ง ในแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะนิสัยต่างๆกันไป อย่างของประเทศไทยเราก็จะมีลักษณะเด่นๆอาทิเช่น ยิ้มสยาม ความเกรงอกเกรงใจเป็นต้น
2. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Subculture) แม้ว่าเราจะรู้พื้นฐานของพฤติกรรมโดยรวมแล้วแต่เรายังต้องพิจารณาให้ลึกลงไปถึง เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, พื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลากหลายเชื้อชาติ และในแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมย่อยลงไปอีกหรือแม้กระทั่งเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนาก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
3. ชนชั้นของสังคม (Social Class) ในเรื่องของชนชั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้อย่างเด็ดขาดว่าไม่มีส่วนสำคัญเพราะในเรื่องของชนชั้นนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลซึ่งแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ อาชีพ, ฐานะ, รายได้ ผู้มีรายได้สูงก็จะบริโภคสินค้าที่มีราคาสูง ส่วนผู้มีรายได้ต่ำก็ย่อมบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก
ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal Factors) ก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ในหัวข้อนี้จะเป็นการลงลึกถึงแต่ละบุคคลลงไปว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมของผู้บริโภค
1. อายุ (Age) ในแต่ละช่วงอายุของแต่ละบุคคลจะมีการบริโภคที่ไม่เหมือนกันในวัยเด็ก เด็กจะสนใจแต่เรื่องของความสนุก ของเล่น เครื่องเล่น เกมส์ฯลฯ แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็จะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมมาบริโภคข่าวสารหรือสิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้นแต่อย่างไรก็ดีมียังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทุกวัยต้องการเช่น ความสะดวกสบายนั่นเอง








