3 Comments | Posted by Petchy in อื่นๆ | 520 views
หลังจากที่ Blog เก่าของเราเรื่อง “ดูดเมล์ ซื้อเมล์ คุ้มค่าการลงทุนหรือไม่” ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี และมีลูกค้าสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจคือความรู้สึกของผู้บริโภคต่อสแปมนั้นเป็นยังไง
ผมจะขอตอบด้วยเล่าเรื่องอะไรซักนิดนึงนะครับ
สมหญิงกลับมาจากที่ทำงานถึงบ้าน เธอเปิดคอมพิวเตอร์ของเธอ เพื่อมาเช็คอีเมล์
เธอพบว่าเธอได้รับอีเมล์โฆษณายาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศจำนวน 12 ฉบับ โฆษณาจากบริษัทดาวน์โหลดเพลงค่ายใหญ่ 3 ฉบับ และอีก 58 ฉบับจากโฆษณาหางานออนไลน์
“สแปม” สมหญิงนึกในใจ
เธอเช็คโทรศัพท์มือถือของเธอเผื่อมีคนโทรมา เนื่องจากเธอปิดเสียงไว้ แต่สิ่งที่เธอพบกลับกลายเป็น SMS สองฉบับให้เธอไปดาวน์โหลดริงโทน สามฉบับให้ข้อเสนอสุดพิเศษในการไปพักผ่อนต่างจังหวัด อีกฉบับนึงแนะนำให้เธอซื้อพิซซ่านราคาสุดคุ้ม
“สแปม” สมหญิงนึกในใจ
เสียงโทรศัพท์ที่บ้านเธอดังชึ้น มีคนอยากขายประกันชีวิตให้เธอ ถ้าเธอไม่สนใจก็ยังมีประกันอุบัติเหตุสุดคุ้มอีก
“สแปม” สมหญิงนึกในใจ
พอเดินไปที่โต๊ะกินข้าว แม่บ้านที่แสนจะน่ารักของเธอนำจดหมายมาวางไว้ เธอพบว่า มีจดหมาย 5 ฉบับ เป็นข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตธนาคารต่างๆ และอีกหนึ่งฉบับเกี่ยวกับครีมบำรุงผม
“สแปม” สมหญิงนึกในใจ
เธอเปิดหน้าต่างออกไปเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่จำนวนหกป้ายเกี่ยวกับเครดิตการ์ดและข้้อเสนอพิเศษเกี่ยวกับการกู้เงิน
“สแปม” สมหญิงนึกในใจ
เธอเปิดทีวีเธอพบว่ามีโฆษณาจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งสามค่ายให้ไปดาวน์โหลดริงโทน! ไม่พอมีโฆษณาข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตธนาคารต่างๆ และ ตามด้วยรายการโชว์ที่มีบริษัทประกันเป็นผู้สนับสนุนหลัก
“เฮ้ย! ขนาดทีวียังสแปมชั้นเลย” สมหญิงสังเกตุ
ในที่สุดสมหญิงก็พบว่าเธอถูกยิงด้วยข้อความโฆษณาจำนวนมากกว่าที่ใครจะเคยได้รับมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
และเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ในสถานการณ์ที่ถูกคุกคามเช่นนี้ เธอเริ่มสร้างกลไกในการป้องกันตัวเอง
หนูทดลองที่ถูกบีบให้อยู่ในกรงที่มีกระดิ่งสั่นตอลดเวลา เมื่อถึงเวลามันจะเรียนรู้ที่จะปิดเสียงนั้นในสมองมันเป็นอัติโนมัติ เมื่อเวลาผ่านไปสมองของมันจะไม่จดจำเสียงนั้นอีกต่อไป
เช่นเดียวกับสมหญิง หลังจากที่เธอได้รับข้อความขยะพวกนี้จำนวนมาก เธอก็เรียนรู้ที่จะเลิกสนใจต่อข้อความเหล่านั้น และในที่สุดเธอก็เลิกสนใจข้อความเหล่านั้นไปอย่างสิ้นเชิง

แต่…
ในความเป็นจริง เธอไม่ได้เลิกสนใจข้อความจำนวนมหาศาลเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิงจริงๆ…
เธอโทรไปสั่งพิซซ่าตาม SMS นั้น
นอกจากนั้นเธอยังอ่านจดหมายเกี่ยวกับครีมบำรุงผม
และเธอยังเปิดอีเมล์ฉบับหนึ่งจากบริษัทดาวน์โหลดเพลง
ทำไมเธอถึงทำอย่างนั้น?
เธอโทรไปสั่งพิซซ่า เพราะแม่เธอส่ง SMS ฉบับนั้นมาให้เธอ
เธอเปิดจดหมายเกี่ยวกับครีมบำรุงผม เนื่องจากมันถูกส่งมาจากร้านทำผมที่เธอไปทำเป็นประจำทุกเดือน และอยากรู้ว่า “ชลาชล” ช่างทำผมประจำของเธอมีแผนในการทำผมให้เธออย่างไร ในเดือนต่อไป
และเธอตัดสินใจเปิดอีเมล์จากบริษัทดาวน์โหลดเพลงนั้นเพราะมันถูกส่งมาจาก iTunes และเธอรัก iPod ของเธอมากๆ
สามกรณีที่กล่าวมาเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ในแต่ละกรณีข้างต้น เราสังเกตุได้ว่าแรงจูงใจที่ทำให้สมหญิงตัดสินใจตอบสนอง และอ่านข้อความเหล่านั้นคือ เธอมีความสัมพันธ์ไม่ว่ากรณีใดกรณีหนึ่งกับผู้ที่ส่งข้อความมาให้เธอ (Existing relationship with the sender)
จากความสัมพันธ์นั่นเองทำให้ข้อความเหล่านั้นมีความหมายมากกว่าข้อความอื่นๆ ความสัมพันธ์นั้นสามารถทำให้สาส์นสามารถเข้าถึงสมหญิงได้ ไม่เช่นนั้นแล้วไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้งก็ตามแต่สมหญิงก็จะไม่เปิดอ่านมันเด็ดขาด
ในปัจจุบันนั้นบริษัทต่างๆ ต่างพยายามออกตวาดด้วยเสียงอันดังว่า ผลิตภัณฑ์ของตัวเองมีดีอะไรบ้าง ข้อเสนอสุดพิเศษมีอะไรบ้าง สิ่งเหล่านั้นไม่เป็นประเด็นอีกต่อไปแล้วครับ…
ทุกวันนี้ มันไม่สำคัญเลยว่าผู้บริโภครู้อะไร แต่สิ่งที่สำคัญคือพวกเขารู้จัก ใคร มากกว่า
มาถึงตรงนี้ทุกท่านคงเข้าใจภาพตามผมแล้วนะครับ ว่ารายชื่อที่คุณได้มาอย่างไม่ถูกต้องนั้น จะทำให้คุณขาดทุนได้อย่างไร
วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้นะครับ ใน blog ต่อไปผมจะมาเขียนเรื่อง “ถ้ามีรายชื่อลูกค้า (Contact List) อยู่แล้วเราควรทำอย่างไรดี เพื่อเพิ่มช่องทางทางการตลาดให้มากขึ้น” อย่างลืมติดตามนะครับ
|
|
![]() |
|
|
|
DeeMoc หวังว่าคุณคงได้รับประโยชน์จาก Blog ของเรา ซึ่งหากคุณสนใจทดลองใช้บริการของเรา จะรอช้าอยู่ใย |
|
|
|
||
3 Comments for SPAM SPAM SPAM
sukornonline | November 22, 2010 at 9:36 am
Supol | November 22, 2010 at 1:42 pm
เป็นบทความที่เขียนได้น่าอ่าน น่าคิด น่าสนใจมากครับ ต่างมุมมอง ต่างความคิด
Sales | November 22, 2010 at 2:12 pm
ขอขอบคุณทุกคำติชมทางทีมงานจะตั้งใจและทุ่มเทเพื่อประโยชน์ของผู้อ่านทุกท่านครับ









เป็นบทความที่ดีเยี่ยมครับ ขอ ชื่นชม