0 Comments | Posted by phatthaworn in General | 372 views
เป็นที่ทราบกันดี มีธุรกิจมากมายที่สามารถอาศัยช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น แต่มีคำถามมากมายว่า ถ้าธุรกิจน้้นไม่ได้มีร้านค้าออนไลน์ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ทได้ทันทีนั้น จะสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างจาก E-Newsletter
Model #1 — “Offline Merchant to Online Consumer”
Offline Merchant to Online Consumer เป็นรูปแบบยอดนิยมมากที่สุดในการทำการตลาดผ่านอีเมล์สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการแบบดั้งเดิมทั่วไป ที่ต้องการจะเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารทางการตลาดกับผู้บริโภคอีกช่องทางหนึ่งนอกเหนือจากวิธิปกติ เช่น สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆตามโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ป้าย และกิจกรรม Offline อื่นๆ โดยใช้การส่ง Newsletter ผ่านอีเมล์ไปยังผู้บริโภคโดยตรง เพื่อหวังผลให้ผู้บริโภคย้อนกลับมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางจำหน่ายต่างๆตามปกติ ทั้งการวางจำหน่ายผ่านหน้าร้าน (On-Shelf) หรือการจำหน่ายผ่านตัวแทน (Distributor)
ถูกกว่า เร็วกว่า ตรวจสอบได้ดีกว่า
จุดประสงค์หลักของการใช้ E-Newsletter ในรูปแบบนี้คือ เพื่อการสื่อสารโดยตรงไปยังผู้บริโภคจำนวนมากโดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง รูปแบบของสิ่งที่่ส่งผ่านอีเมล์ไปอาจเป็นในเชิง Brochure หรือ Catalog ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับวิธีการโฆษณาแบบ Offline ที่กล่าวมาแล้วนับว่าถูกมาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการส่ง Newsletter ดั้งเดิมในรูปแบบจดหมายทางไปรษณีย์ ที่ต้องมีทั้งต้นทุนการจัดพิมพ์ และต้นทุนในการจัดส่งทางไปรษณีย์ ยังไม่รวมเรื่องต้นทุนทางด้านเวลาและทรัพยากรบุคคลที่ต้องใช้สำหรับการเตรียม Newsletter ในแต่ละฉบับ
เหตุผลที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือ การวัดผล สิ่งที่ธุรกิจสามารถวัดผลได้จากการส่ง Newsletter แบบดั้งเดิม ก็คือ จดหมายถึงมือผู้รับหรือไม่ (แค่นั้น?) แต่ในขณะที่ การส่งผ่านอีเมล์ นอกเหนือจากการรับรู้ว่าจดหมายจะถึงกล่อง Inbox ของผู้รับอย่างแน่นอนแล้ว การใช้ระบบ E-Newsletter ยังสามารถตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้
- ผู้รับมีการเปิดอ่านหรือไม่?
- มีลิงค์ใดบ้างที่อยู่บน E-Newsletter ฉบับนั้นๆถูกคลิกเพื่ออ่านต่อเพิ่มเติมบ้าง?
จากข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้ หากนำมารวบรวมกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้ารายนั้นๆ นักการตลาดสามารถวิเคราะห์เพื่อที่จะรู้ว่าผู้บริโภครายนั้นๆมีแนวโน้มที่จะชอบสินค้าอะไรของธุรกิจบ้าง
ชี้ชัดๆ ปิดการขายได้ชัวร์ๆ
ถ้าหากสามารถออกแบบเนื้อหาใน E-Newsletter ให้มีความชัดเจนต้องการสื่ออะไรกับผู้บริโภคเช่น ราคาที่โดนใจรวมไปถึงเงื่อนไขอื่นๆ ยิ่งถ้ามีความชัดเจนและตรงใจผู้บริโภคมากเท่าไร เพียงแค่ E-Newsletter ก็สามารถเป็นเครื่องมือช่วยปิดการขายได้
ดีไซน์ และความลงตัวของ E-Newsletter เป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องทำให้ถูกวิธี สัดส่วนการใช้รูปภาพบนอีเมล์นั้นมีผลกระทบโดยตรงต่อความเสี่ยงกับการที่อีเมล์นั้นจะผ่าน Spam Filter ของผู้ให้บริการอีเมล์ (Gmail, Hotmail, Yahoo, และอื่นๆ) หรือไม่
ส่ง E-Newsletter แล้วยังไงต่อ?
นักการตลาดสามารถคิดกลยุทธ์เพื่อดึงให้ลูกค้าหันมารับ E-Newsletter แทนการรับทางไปรษณีย์ หรือเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการเปิดอ่าน E-Newsletter ครั้งหน้า โดยอาจใช้การวิธีทำนองที่ว่า ถ้าซื้อสินค้าโดยมีการอ้างถึงว่า ได้อ่านหรือรู้ข้อมูลมาจาก E-Newsletter แล้วจะได้รับส่วนลดหรือโปรโมชั่นเป็นพิเศษ
E-Newsletter เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสารการตลาด หัวใจหลักในการปิดการขายยังคงขึ้นอยู่กับคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจเอง ที่สำคัญธุรกิจจะต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นอย่างดี ถ้าผู้บริโภคสนใจสินค้าแล้ว ช่องทางในการติดต่อ การจัดจำหน่ายและและการจัดส่งสินค้าจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถัดมาในการเพิ่มยอดขาย
|
|
![]() |
|
|
|
DeeMoc หวังว่าคุณคงได้รับประโยชน์จาก Blog ของเรา ซึ่งหากคุณสนใจทดลองใช้บริการของเรา จะรอช้าอยู่ใย |
|
|
|
||








