DeeMocDIY.com
   
OR

DeeMocDIY Blog

General

12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ

12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ

ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง

checklist1

ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง

1266301532_Check ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่

1266301532_Check หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป

1266301532_Check หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่

ส่วนเนื้อหา

1266301532_Check เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่

1266301532_Check มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่

1266301532_Check รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่

1266301532_Check มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่

1266301532_Check ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง

1266301532_Check ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่

1266301532_Check ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่

1266301532_Check ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง

1266301532_Check ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง

หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง

  • Share/Bookmark

, , , , ,

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ปัจจุบันหากคุณต้องการที่จะนำเสนอสินค้าหรือบริการให้อยุ่ในความสนใจของผู้บริโภคคุณจำเป็นต้องหาจุดดึงดูดหรือจุดเด่นที่ทำให้สินค้าหรือบริการของ
คุณไม่เหมือนใคร ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้อาจเป็นเรื่องของการออกแบบให้ดูสวย ดูน่าสนใจ หรือแม้กระทั่งเพื่อให้สะดวกสบายในการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันยก
ตัวอย่างได้ดังนี้
1.              ค่านิยม  ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่มีการเกิดและเปลี่ยนแปลงในระดับที่เรียกว่าผกผันกันเลยทีเดียว ซึ่งค่านิยมนี้เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี
บางครั้งค่านิยมบางอย่างอาจเป็นเพียงแค่เฉพาะกลุ่มคน อายุ การศึกษา อาชีพเท่านั้น ไม่สามารถเหมารวมทั้งหมดได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่อง
ของ โทรศัพท์ จะเห็นได้ว่าเรื่องของโทรศัพท์ตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในปี 2007 ผู้บริโภคจะเลือกซื้ออันที่สามารถ ดูหนัง ฟังเพลง ทีวี แต่พอเข้าปี
2008 กลับเปลี่ยนเป็นรุ่นที่สามารถ Chat เล่น Facebook ได้ แต่อย่างไรก็ตามแม้เราจะเห็นว่าตลาดเปลี่ยนแปลงไปแต่ความเป็นจริงอาจเป็นเพียงแค่ส่วน
หนึ่งของส่วนแบ่งตลาดทั้งหมดก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องพึงตระหนักยังมีปัจจัยอื่นอีกที่จะกล่าวต่อไป
2.             จุดเด่นของสินค้าหรือบริการ    ในปัจจุบันธุรกิจแต่ละประเภทต้องพยายามสร้างความแตกต่างเพื่อแย่งชิงความโดดเด่นเพื่อให้ ผู้บริโภค
ประทับใจและแนะนำไปยังบุคคลอื่น หากให้ยกตัวอย่าง ที่น่าจะเห็นได้ชัดคือเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว บางที่อาจลงทุนเพื่อสร้างความหรูหรา สวยงาม
เป็นร้อยล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันกลับมีบางที่ ที่ลงทุนไม่ถึงล้านบาทแต่กลับมีผู้ให้ความสนใจมากกว่า เนื่องจากอะไร นั่นเป็นเพราะผู้บริโภคมองว่ามี
จุดเด่นมีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนใครหรือ ยากที่จะเลียนแบบนั่นเอง จุดเด่นเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นจุดขายของสินค้าหรือบริการ แต่แม้ว่าผู้บริโภคจะสนใจ
มากเพียงใดแต่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือความประทับใจ และความประทับใจนี้แหละที่จะทำให้เขากลับมาซื้อหรือใช้บริการอีกซึ่งจะกล่าวในหัวข้อถัดไป
3.              การบริการ   หลายต่อหลายธุรกิจมองเพียงแค่ในส่วนของภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้นโดยลืมคำนึงถึงปัจจัยที่จะทำให้ผู้บริโภคประทับใจที่สุด
คือการบริการ ผู้บริโภคจะประทับใจไม่รู้ลืมหากเขาได้รับการบริการที่พึงพอใจ แล้วเราจะทำให้เขาพึงพอใจได้อย่างไร มันไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ให้
เรานึกถึงตัวเราเอง ว่าหากเราเป็นผู้บริโภคเราต้องการที่จะได้รับการบริการแบบไหนอย่างไร ถึงจะพึงพอใจกับจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปกับสินค้าหรือบริการ
เหล่านั้น อย่างเช่น หากคุณไปพักห้องพักที่มีราคาสูงมาก แต่พอเข้าที่พัก กลับต้องมาเจอกับ ห้องในสภาพ เตียงหัก ก๊อกน้ำหลุด อ่างทะลุ  คุณจะรู้สึกอย่าง
ไร แต่ในทางกลับกันหากคุณไปพักในสถานที่ที่ราคาถูกแสนถูก ตกแต่งก็ไม่ได้หรูหรา แต่ผู้ให้บริการกลับดูแลและเอาใจใส่คุณอย่างดี สิ่งนี้แหละที่ผู้
บริโภคต้องการ
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการบริการหลังการขาย การบริการหลังการขายนี้และคือปัจจัยที่เรียกได้ว่าสามารถทำให้ผู้บริโภคประทับใจที่สุด จากตัวอย่าง
ข้างต้นหาก คุณไปพักในที่พักสุดหรูแล้วลืมโทรศัพท์ พอติดต่อกลับไปพนักงานบอกว่าไม่มีหายไปแล้ว กลับกันไปพักที่พักราคาถูก เวลาผ่านไปมีเจ้า
หน้าที่พยายามติดต่อเพื่อแจ้งว่าคุณลืมของ ย่อมแน่นอนคุณต้องประทับใจขนาดบอกต่อไปยังคนอื่นๆให้มาใช้บริการเป็นอย่างแน่นอน
แต่อย่างไรก็ดี นอกจากเรื่องต่างๆข้างต้นแล้วสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ถือเป็นสิ่ง
สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากเรามีเครื่องมือ หรือ วิธีการที่ รวดเร็ว น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพ โอกาสในการขายสินค้าหรือบริการก็จะมากขึ้นกว่าคู่แข่ง ใน
ปัจจุบันเทคโนโลยี ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลของสินค้าและบริการจากผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น ในอดีต หลายท่านจะนึกถึงสมุดหน้าเหลืองในกรณีที่ต้องการหา
สินค้าหรือบริการ แต่ปัจจุบันเราจะนึกถึง Google สิ่งนี้เป็นตัวบ่งบอกว่าด้วยวิทยาการทำให้โลกเปลี่ยนไป ผู้คนใช้บริการ Internet มากขึ้นดังจะเห็นได้จาก
อัตราการเติบโตของสื่อดังตารางข้างล่าง
*ที่มา http://www.marketingoops.com/media-ads/ads-review/
จากตารางข้างบนจะเห็นว่า ในปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของสื่อบนโลก Internet มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเท่าตัว ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ทำธุรกิจ หวังว่าคุณจะ
ปรับกลยุทธ์เพื่อให้พร้อมกับสถานการณ์ในอนาคตเพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ

ปัจจุบันหากคุณต้องการที่จะนำเสนอสินค้าหรือบริการให้อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคคุณจำเป็นต้องหาจุดดึงดูดหรือจุดเด่นที่ทำให้สินค้าหรือบริการของคุณไม่เหมือนใคร ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้อาจเป็นเรื่องของการออกแบบให้ดูสวย ดูน่าสนใจ หรือแม้กระทั่งเพื่อให้สะดวกสบายในการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันยกตัวอย่างได้ดังนี้

  • Share/Bookmark

, , , ,

SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

Spam

คุณเคยรู้สึกว่าคุณได้ทำ Email Marketing ได้อย่างถูกต้องแล้วแต่ทำไมยังถูกมองว่าเป็น SPAM อยู่ บทความนี้จะบอกคุณถึงปัญหาและวิธีการ เพื่อที่คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเป็น SPAMเราลองมาดู 11 เหตุผลที่คุณไม่ควรกระทำ เพื่อไม่ให้ Email ของคุณเป็น SPAM ซึ่งหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว เราหวังว่าคุณจะสามารถนำไปพัฒนาเทคนิคการเขียน หัวเรื่อง เนื้อหา และความถี่ในการส่ง Email ของคุณ ก่อนที่ Email ของคุณถูกมองว่าเป็น SPAM

ผลการสำรวจของ Epsilon International กว่า 4,000 คน ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขามอง Email ที่ได้รับว่าเป็น SPAM

1. Email ที่มีการตั้งชื่อลวงเพื่อให้เปิดอ่าน (74%)

2. Email ที่มีการตั้งชื่อเรื่องก้าวร้าวและรุนแรง (68%)

3. Email ที่ผู้รับไม่ได้มีการสมัครเป็นสมาชิก (62%)

4. Email ที่ผู้รับไม่รู้จักผู้ส่ง (61%)

5. Email ที่ถูกกรองลงโฟลเดอร์ขยะ (Junk) โดยอัตโนมัติ (43%)

6. Email ใดๆที่ผู้รับไม่ต้องการไม่ว่าจะทำการสมัครสมาชิกหรือไม่ก็ตาม (37%)

7. Email จากผู้ส่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ที่ผู้รับมีอยู่ (Contact list) (34%)

  • Share/Bookmark

, , ,

คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing

คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing

Above-the-fold – ส่วนที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อเปิดอ่านหน้าเว็บไซต์หรืออีเมล โดยที่ยังไม่ได้ทำการเลื่อน Scroll Bar ลงซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงได้ทันทีและสำคัญที่สุดพื้นที่หนึ่ง

Affirmative Consent – เป็นอีกคำหนึ่งของคำว่าได้รับอนุญาต ผู้รับอีเมลของท่านจะได้รับข้อความแจ้งเพื่อร้องขอความยินยอมว่าอีเมลของ ผู้รับจะถูกจัดเก็บเข้าระบบและถูกใช้ การปฏิบัติลักษณะนี้มิใช้การปฏิบัติที่ดีที่สุดแต่เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการ Email Marketing มักจะใช้

Auto Responder – โปรแกรมหรือสคริปต์ที่จะทำการส่งการตอบกลับโดยอัตโนมัตเมื่อมีคนส่งข้อความ มายังระบบ ส่วนใหญ่การใช้งานระบบตอบรับอัตโนมัตินี้ มักจะใช้กับการสมัครและยกเลิกการยืนยัน, ต้อนรับอีเมลและการตอบปัญหาลูกค้า

Autoresponder Series – ระบบตอบรับอัตโนมัติแบบชุด – เป็นชุดข้อความที่จะถูกส่งตามกำหนด อาจจะเป็น 10 ข้อความ 10 วัน เพื่อเป็นการให้ข้อมูลลูกค้า และเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราให้ความสนใจและยินดีให้บริการลูกค้า ซึ่งจะทำให้เป็นผลบวกกับธุรกิจของท่าน

Blacklists – คือรายชื่อDomains or IP ที่มีการรายงานว่าทำการรบส่งเมลรบกวนผู้อื่น

Bonded Sender – เป็นการส่งประเภทหนึ่งซึ่งมีการรับรองผลของการส่ง ผู้ส่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้าน Email Marketing เหมือนกับว่าBonded Sender ได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการ ISPs ต่างๆเพื่อให้ผู้ให้บริการ ISPs เหล่านั้นยอมรับอีเมลของ Bonded Sender

Bounce Back Handling – เป็นกระบวนการที่ข้อความถูกตีกลับ ซึ่งมีสาเหตุหลายประการเช่นชื่อของ Email นั้นไม่ถูกต้อง

  • Share/Bookmark

,

พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย

พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย

ในปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสูงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแวดวงของการสื่อสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก เช่นในเรื่องของใช้โทรศัพท์ซึ่งแต่เดิมมีเพียงเพื่อการสื่อสารผ่านเสียง การส่งข้อความสั้น การส่งรูปภาพแต่ในระยะหลังมานี้ โทรศัพท์เป็นยิ่งกว่าโทรศัพท์ บริษัทชั้นนำต่างๆได้พัฒนาระบบให้สามารถรองรับการทำงานต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะ การเข้าใช้บริการ Internet ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดานักธุรกิจตลอดจนพนักงานออฟฟิสปัจจุบันมักจะมีโทรศัพท์ ที่สามารถใช้บริการInternet ได้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม ผู้บริโภคว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวไว้พอสังเขป

พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้

ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture  Factors) ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้ามหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยแต่ในความเป็นจริงเป็นปัจจัยที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นวัฒนธรรมแต่ละสังคมจึงผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของ แต่ละบุคคล โดยหากผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจกับปัจจัยนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่นเป็นกรณีๆไป ซึ่งปัจจัยวัฒนธรรมยังสามารถแบ่งย่อยๆได้อีกดังนี้

moralimizbozuk1. วัฒนธรรม(Culture) เป็นการคำนึงถึงบุคลิกลักษณะนิสัยโดยรวมของกลุ่มคน ณ สถานที่หนึ่ง ในแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะนิสัยต่างๆกันไป อย่างของประเทศไทยเราก็จะมีลักษณะเด่นๆอาทิเช่น ยิ้มสยาม ความเกรงอกเกรงใจเป็นต้น

2. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Subculture) แม้ว่าเราจะรู้พื้นฐานของพฤติกรรมโดยรวมแล้วแต่เรายังต้องพิจารณาให้ลึกลงไปถึง เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, พื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลากหลายเชื้อชาติ และในแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมย่อยลงไปอีกหรือแม้กระทั่งเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนาก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน

3. ชนชั้นของสังคม (Social  Class) ในเรื่องของชนชั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้อย่างเด็ดขาดว่าไม่มีส่วนสำคัญเพราะในเรื่องของชนชั้นนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลซึ่งแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ อาชีพ, ฐานะ, รายได้ ผู้มีรายได้สูงก็จะบริโภคสินค้าที่มีราคาสูง ส่วนผู้มีรายได้ต่ำก็ย่อมบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก

ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal  Factors) ก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ในหัวข้อนี้จะเป็นการลงลึกถึงแต่ละบุคคลลงไปว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมของผู้บริโภค

  • Share/Bookmark

, ,

เหตุผล 10 ประการที่คุณควรเลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการส่งอีเมลเพื่อการตลาด (Email Marketing Service)

ในปัจจุบันการทำการตลาดผ่านสื่ออีเมลเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนต่างๆไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของคุณเองหรือกลุ่มคนใหม่ๆที่อาจจะเป็นลูกค้าของคุณในอนาคต แต่ทว่าการทำการตลาดผ่านสื่ออีเมล (Email Marketing) นี้จะเป็นเครื่องมือนี้จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อใช้มันอย่างถูกต้องเท่านั้น

หลัก 15 ข้อในการเขียนหัวข้อเรื่องในอีเมล (Subject line) ให้ได้รับการเปิดอ่านมากที่สุด

กฏข้อที่1 ติดตามข่าวสารข้อมูลจากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆอยู่เสมอ
ถ้าหากคุณต้องการปรับปรุงการเขียนหัวข้อเรื่องของคุณให้ดีขึ้น ให้คุณอ่านหนังสือพิมพ์ให้มาก โดยให้ความใส่ใจในหัวข้อเรื่องและวิธีการพาดหัวข่าว หัวข้อเรื่องต่างจะมีการเน้นเฉพาะใจความสำคัญโดยจะใช้คำที่กระทัดรัดแต่ได้ใจความ ในการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีนั้นคุณควรพิจารณาในมุมกลับโดยคิด ในฐานะของผู้อ่านด้วยว่า ผู้อ่านจะได้เนื้อหาสาระอะไรจากบทความ มีความสำคัญอะไรกับเขา หรือ อะไรที่คุณอยากให้เขานำไปปฏิบัติหลังจากจากที่เขาได้อ่านอีเมลของคุณ แม้ว่าคุณไม่สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ในทุกครั้ง ให้คุณลองอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วไปให้มากขึ้นเพื่อศึกษาถึงวิธีการพาดหัวข่าวในแต่ละเรื่อง

,

ทำความรู้จักกับ E-Newsletter

เมื่อได้เนื้อหากับรูปแบบการจัดวางเรียบร้อยแล้ว สิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ E-Newsletter เสร็จสมบูรณ์ได้คือการจัดส่งไปยังที่อยู่ของผู้รับ นอกเหนือจากการส่งแล้ว เรายังสามารถจัดการกับรายชื่อผู้รับได้โดยเพิ่มรายชื่อหรือคัดออกตามต้องการ เราสามารถรู้ได้ว่าอีเมลข่าวที่ส่งไปฉบับใดบ้างที่ไม่ถึงผู้รับโดยตรวจสอบได้จากฉบับที่เด้งกลับมา ทั้งนี้การเลือกส่งข้อความไปยังกลุ่มผู้อ่านที่แตกต่างกันก็สามารถทำได้ หรือแม้แต่การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์พฤติกรรมหรือความชอบของผู้อ่านจากข้อมูลที่ผู้อ่านตอบรับมา เมื่อมีองค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้ E-Newsletter ก็เกิดขึ้นได้

การส่งอีเมลเพื่อการตลาด คุณจะใช้บริการจากผู้ให้บริการ(Outsource) หรือสร้างและดูแลระบบด้วยตัวคุณเอง (in-house)

การส่งอีเมลเพื่อการตลาด คุณจะใช้บริการจากผู้ให้บริการ(Outsource) หรือสร้างและดูแลระบบด้วยตัวคุณเอง (in-house)

ในวงการตลาดปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้ การส่งอีเมลเพื่อการตลาด (Email marketing) มีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนการโฆษณาและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและธุรกิจที่ต้องการ หลายบริษัทในประเทศอเมริกาได้ให้การยอมรับว่ารูปแบบการทำการตลาดผ่านสื่ออีเมลถือเป็นอาวุธสำคัญในการขายและโฆษณาสินค้าของพวกเขา

การทำการตลาดผ่านสื่ออีเมล (Email Marketing) มีผลดีอย่างไร

อันที่จริงการทำการตลาดผ่านอีเมลเป็นสิ่งที่มีมานานและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศอเมริกา แต่ในประเทศไทยนั้นยังเป็นสิ่งที่รู้จักกันไม่มากนัก จากการศึกษาจาก Winterberry Group ในประเทศอเมริกา พบว่าการใช้จ่ายเงินทุกๆ 1 ดอลล่าร์ (ประมาณ 35 บาท) ในระบบ Email Marketing สามารถทำรายได้กลับคืนมา 15.50 เหรียญหรือประมาณ 540 บาท มากกว่าการทำการตลาดโดยส่งจดหมายโดยตรง (Direct-mail) 17 % และมากกว่าในการใช้โทรศัพท์ในการทำการตลาด (Telemarketing) ถึง 73% โดยสรุปคุณสามารถหวังผลทางการตลาดจากระบบ Email Marketing ได้ หากคุณส่งบทความอิเล็คทรอนิกส์ไปยังรายชื่อลูกค้าของคุณอย่างน้อยที่สุดเดือนละครั้ง ปัจจัยที่สำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงคือต้นทุนของการทำตลาดชนิดนี้คือการได้รับสมาชิกใหม่เพิ่มในฐานลูกค้าของคุณ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในการเขียนแต่ละบทความ

,

DeeMocDIY Newsletter

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารจาก DeemocDIY
และเทคนิค Top 10 Email Marketing Tips ฟรี!

Email Address: