DeeMocDIY.com
   
OR

DeeMocDIY Blog

Archive for December 2009

Mailing List คืออะไร???

Mailing List คืออะไร??? หลายคนคงเกิดคำถามแบบนี้ในใจ Mailing List (บางที่เรียกว่า Data List) ก็คือลิสต์ของอีเมลที่เราจะนำมาใช้เพื่อส่ง Email
สำหรับ Email Marketing การส่งอีเมลนั้น Mailing list ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเพราะหากคุณไม่มี Mailing list หรืออีเมลบุคคลที่เราต้องการส่ง นั่นหมายความว่าคุณไม่มีทางส่งข้อมูลให้ใครได้เลย เปรียบเสมือนการส่งจดหมายไปโดยไร้ชื่อที่อยู่ของผู้รับนั่นเอง การที่คุณมีMailing list ก็เปรียบเสมือนคุณมีช่องทางสร้างรายได้และประโยชน์ให้คุณได้ด้วย Email Marketing แต่อย่างไรก็ดีแล้ว Mailing list แบบไหนที่จะก่อประโยชน์ให้กับคุณ
Mailing list แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่แบบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และก่อให้เกิดประโยชน์ คุณคงจะสงสัยแล้วว่าเป็นอย่างไร รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

1. แบบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ คือการหา Mailing list หรือมีไว้ครอบครองโดยที่ลูกค้าไม่ยินยอมหรือไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการส่งข่าวสารของคุณ ซึ่งคุณอาจจะได้รายชื่อเหล่านี้มาจากการซื้อ, การแลกเปลี่ยน, การเช่าซื้อ, การคัดลอกจากเว็บไซต์ต่างๆ และอื่นๆ ด้วยวิธีนี้สิ่งที่คุณลงทุนไปคงไม่คุ้มกับสิ่งที่จะได้รับแล้วไม่คุ้มอย่างไรเช่นหากกรณีที่คุณเป็นผู้รับข่าวสารจากบางธุรกิจซึ่งคุณไม่เคยรู้มาก่อนและคุณไม่ต้องการแต่เขายังคงส่งมาสร้างความรำคาญให้คุณอยู่เรื่อย ๆ คุณจะมีความรู้สึกอย่างไรในทางกลับกันหากคุณเป็นผู้่ส่งและผู้รับข้อความของคุณรู้สึกเช่นนี้จะก่อให้เกิดผลเสียตามมายกตัวอย่างเช่น

  • Brand หรือ ชื่อเสียงที่คุณสั่งสมมาจะถูกลดค่าด้วยการที่คุณพยายามยัดเยียดบางสิ่งบางอย่างให้เขาจนทำให้เขาจะมีความรู้สึกเหมือนถูกรบกวน
  • อีเมลที่คุณส่งมีโอกาสที่จะถูกมองว่าเป็น SPAM MAIL บางท่านอาจจะไม่ทราบเกี่ยวกับคำว่า SPAM MAIL คืออะไร SPAM MAIL คือ อีเมลที่ผู้รับไม่ต้องการหรือที่เรียกกัน “อีเมลขยะ” นั้นเอง
  • มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียรายได้และเสียเวลาหรือแม้กระทั่งเสียโอกาสในการสร้างรายได้ ยกตัวอย่างเช่นหากคุณลงทุน1,000 บาทได้รายชื่อ 100,000 รายชื่อ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าคุณจริงเพียง 20% และมิใช่ว่า20%จะซื้อสินค้าหรือบริการของคุณทั้งหมด ส่วนที่เหลือเขาอาจจะมองภาพลักษณ์ของธุรกิจคุณในแง่ลบไปเลยก็ได้
  • Share/Bookmark

No tags

SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

Spam

คุณเคยรู้สึกว่าคุณได้ทำ Email Marketing ได้อย่างถูกต้องแล้วแต่ทำไมยังถูกมองว่าเป็น SPAM อยู่ บทความนี้จะบอกคุณถึงปัญหาและวิธีการ เพื่อที่คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเป็น SPAMเราลองมาดู 11 เหตุผลที่คุณไม่ควรกระทำ เพื่อไม่ให้ Email ของคุณเป็น SPAM ซึ่งหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว เราหวังว่าคุณจะสามารถนำไปพัฒนาเทคนิคการเขียน หัวเรื่อง เนื้อหา และความถี่ในการส่ง Email ของคุณ ก่อนที่ Email ของคุณถูกมองว่าเป็น SPAM

ผลการสำรวจของ Epsilon International กว่า 4,000 คน ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขามอง Email ที่ได้รับว่าเป็น SPAM

1. Email ที่มีการตั้งชื่อลวงเพื่อให้เปิดอ่าน (74%)

2. Email ที่มีการตั้งชื่อเรื่องก้าวร้าวและรุนแรง (68%)

3. Email ที่ผู้รับไม่ได้มีการสมัครเป็นสมาชิก (62%)

4. Email ที่ผู้รับไม่รู้จักผู้ส่ง (61%)

5. Email ที่ถูกกรองลงโฟลเดอร์ขยะ (Junk) โดยอัตโนมัติ (43%)

6. Email ใดๆที่ผู้รับไม่ต้องการไม่ว่าจะทำการสมัครสมาชิกหรือไม่ก็ตาม (37%)

7. Email จากผู้ส่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ที่ผู้รับมีอยู่ (Contact list) (34%)

  • Share/Bookmark

, , ,

คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing

คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing

Above-the-fold – ส่วนที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อเปิดอ่านหน้าเว็บไซต์หรืออีเมล โดยที่ยังไม่ได้ทำการเลื่อน Scroll Bar ลงซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงได้ทันทีและสำคัญที่สุดพื้นที่หนึ่ง

Affirmative Consent – เป็นอีกคำหนึ่งของคำว่าได้รับอนุญาต ผู้รับอีเมลของท่านจะได้รับข้อความแจ้งเพื่อร้องขอความยินยอมว่าอีเมลของ ผู้รับจะถูกจัดเก็บเข้าระบบและถูกใช้ การปฏิบัติลักษณะนี้มิใช้การปฏิบัติที่ดีที่สุดแต่เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการ Email Marketing มักจะใช้

Auto Responder – โปรแกรมหรือสคริปต์ที่จะทำการส่งการตอบกลับโดยอัตโนมัตเมื่อมีคนส่งข้อความ มายังระบบ ส่วนใหญ่การใช้งานระบบตอบรับอัตโนมัตินี้ มักจะใช้กับการสมัครและยกเลิกการยืนยัน, ต้อนรับอีเมลและการตอบปัญหาลูกค้า

Autoresponder Series – ระบบตอบรับอัตโนมัติแบบชุด – เป็นชุดข้อความที่จะถูกส่งตามกำหนด อาจจะเป็น 10 ข้อความ 10 วัน เพื่อเป็นการให้ข้อมูลลูกค้า และเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราให้ความสนใจและยินดีให้บริการลูกค้า ซึ่งจะทำให้เป็นผลบวกกับธุรกิจของท่าน

Blacklists – คือรายชื่อDomains or IP ที่มีการรายงานว่าทำการรบส่งเมลรบกวนผู้อื่น

Bonded Sender – เป็นการส่งประเภทหนึ่งซึ่งมีการรับรองผลของการส่ง ผู้ส่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้าน Email Marketing เหมือนกับว่าBonded Sender ได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการ ISPs ต่างๆเพื่อให้ผู้ให้บริการ ISPs เหล่านั้นยอมรับอีเมลของ Bonded Sender

Bounce Back Handling – เป็นกระบวนการที่ข้อความถูกตีกลับ ซึ่งมีสาเหตุหลายประการเช่นชื่อของ Email นั้นไม่ถูกต้อง

  • Share/Bookmark

,

พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย

พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย

ในปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสูงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแวดวงของการสื่อสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก เช่นในเรื่องของใช้โทรศัพท์ซึ่งแต่เดิมมีเพียงเพื่อการสื่อสารผ่านเสียง การส่งข้อความสั้น การส่งรูปภาพแต่ในระยะหลังมานี้ โทรศัพท์เป็นยิ่งกว่าโทรศัพท์ บริษัทชั้นนำต่างๆได้พัฒนาระบบให้สามารถรองรับการทำงานต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะ การเข้าใช้บริการ Internet ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดานักธุรกิจตลอดจนพนักงานออฟฟิสปัจจุบันมักจะมีโทรศัพท์ ที่สามารถใช้บริการInternet ได้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม ผู้บริโภคว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวไว้พอสังเขป

พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้

ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture  Factors) ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้ามหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยแต่ในความเป็นจริงเป็นปัจจัยที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นวัฒนธรรมแต่ละสังคมจึงผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของ แต่ละบุคคล โดยหากผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจกับปัจจัยนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่นเป็นกรณีๆไป ซึ่งปัจจัยวัฒนธรรมยังสามารถแบ่งย่อยๆได้อีกดังนี้

moralimizbozuk1. วัฒนธรรม(Culture) เป็นการคำนึงถึงบุคลิกลักษณะนิสัยโดยรวมของกลุ่มคน ณ สถานที่หนึ่ง ในแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะนิสัยต่างๆกันไป อย่างของประเทศไทยเราก็จะมีลักษณะเด่นๆอาทิเช่น ยิ้มสยาม ความเกรงอกเกรงใจเป็นต้น

2. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Subculture) แม้ว่าเราจะรู้พื้นฐานของพฤติกรรมโดยรวมแล้วแต่เรายังต้องพิจารณาให้ลึกลงไปถึง เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, พื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลากหลายเชื้อชาติ และในแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมย่อยลงไปอีกหรือแม้กระทั่งเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนาก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน

3. ชนชั้นของสังคม (Social  Class) ในเรื่องของชนชั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้อย่างเด็ดขาดว่าไม่มีส่วนสำคัญเพราะในเรื่องของชนชั้นนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลซึ่งแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ อาชีพ, ฐานะ, รายได้ ผู้มีรายได้สูงก็จะบริโภคสินค้าที่มีราคาสูง ส่วนผู้มีรายได้ต่ำก็ย่อมบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก

ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal  Factors) ก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ในหัวข้อนี้จะเป็นการลงลึกถึงแต่ละบุคคลลงไปว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมของผู้บริโภค

  • Share/Bookmark

, ,

DeeMocDIY Newsletter

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารจาก DeemocDIY
และเทคนิค Top 10 Email Marketing Tips ฟรี!

Email Address: