การสร้างรายชื่อผู้รับของคุณ
วิธีการลงทะเบียนใช้งาน DeeMocDIY
หลัก 15 ข้อในการเขียนหัวข้อเรื่องในอีเมล (Subject line) ให้ได้รับการเปิดอ่านมากที่สุด
กฏข้อที่1 ติดตามข่าวสารข้อมูลจากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆอยู่เสมอ
ถ้าหากคุณต้องการปรับปรุงการเขียนหัวข้อเรื่องของคุณให้ดีขึ้น ให้คุณอ่านหนังสือพิมพ์ให้มาก โดยให้ความใส่ใจในหัวข้อเรื่องและวิธีการพาดหัวข่าว หัวข้อเรื่องต่างจะมีการเน้นเฉพาะใจความสำคัญโดยจะใช้คำที่กระทัดรัดแต่ได้ใจความ ในการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีนั้นคุณควรพิจารณาในมุมกลับโดยคิด ในฐานะของผู้อ่านด้วยว่า ผู้อ่านจะได้เนื้อหาสาระอะไรจากบทความ มีความสำคัญอะไรกับเขา หรือ อะไรที่คุณอยากให้เขานำไปปฏิบัติหลังจากจากที่เขาได้อ่านอีเมลของคุณ แม้ว่าคุณไม่สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ในทุกครั้ง ให้คุณลองอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วไปให้มากขึ้นเพื่อศึกษาถึงวิธีการพาดหัวข่าวในแต่ละเรื่อง
ทำความรู้จักกับ E-Newsletter
เมื่อได้เนื้อหากับรูปแบบการจัดวางเรียบร้อยแล้ว สิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ E-Newsletter เสร็จสมบูรณ์ได้คือการจัดส่งไปยังที่อยู่ของผู้รับ นอกเหนือจากการส่งแล้ว เรายังสามารถจัดการกับรายชื่อผู้รับได้โดยเพิ่มรายชื่อหรือคัดออกตามต้องการ เราสามารถรู้ได้ว่าอีเมลข่าวที่ส่งไปฉบับใดบ้างที่ไม่ถึงผู้รับโดยตรวจสอบได้จากฉบับที่เด้งกลับมา ทั้งนี้การเลือกส่งข้อความไปยังกลุ่มผู้อ่านที่แตกต่างกันก็สามารถทำได้ หรือแม้แต่การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์พฤติกรรมหรือความชอบของผู้อ่านจากข้อมูลที่ผู้อ่านตอบรับมา เมื่อมีองค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้ E-Newsletter ก็เกิดขึ้นได้
การส่งอีเมลเพื่อการตลาด คุณจะใช้บริการจากผู้ให้บริการ(Outsource) หรือสร้างและดูแลระบบด้วยตัวคุณเอง (in-house)
การส่งอีเมลเพื่อการตลาด คุณจะใช้บริการจากผู้ให้บริการ(Outsource) หรือสร้างและดูแลระบบด้วยตัวคุณเอง (in-house)
ในวงการตลาดปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้ การส่งอีเมลเพื่อการตลาด (Email marketing) มีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนการโฆษณาและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและธุรกิจที่ต้องการ หลายบริษัทในประเทศอเมริกาได้ให้การยอมรับว่ารูปแบบการทำการตลาดผ่านสื่ออีเมลถือเป็นอาวุธสำคัญในการขายและโฆษณาสินค้าของพวกเขา
การทำการตลาดผ่านสื่ออีเมล (Email Marketing) มีผลดีอย่างไร
อันที่จริงการทำการตลาดผ่านอีเมลเป็นสิ่งที่มีมานานและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศอเมริกา แต่ในประเทศไทยนั้นยังเป็นสิ่งที่รู้จักกันไม่มากนัก จากการศึกษาจาก Winterberry Group ในประเทศอเมริกา พบว่าการใช้จ่ายเงินทุกๆ 1 ดอลล่าร์ (ประมาณ 35 บาท) ในระบบ Email Marketing สามารถทำรายได้กลับคืนมา 15.50 เหรียญหรือประมาณ 540 บาท มากกว่าการทำการตลาดโดยส่งจดหมายโดยตรง (Direct-mail) 17 % และมากกว่าในการใช้โทรศัพท์ในการทำการตลาด (Telemarketing) ถึง 73% โดยสรุปคุณสามารถหวังผลทางการตลาดจากระบบ Email Marketing ได้ หากคุณส่งบทความอิเล็คทรอนิกส์ไปยังรายชื่อลูกค้าของคุณอย่างน้อยที่สุดเดือนละครั้ง ปัจจัยที่สำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงคือต้นทุนของการทำตลาดชนิดนี้คือการได้รับสมาชิกใหม่เพิ่มในฐานลูกค้าของคุณ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในการเขียนแต่ละบทความ
การเขียนบทความอิเล็คทรอนิกส์ขั้นพื้นฐาน
การเริ่มต้นที่จะเขียนบทความขอให้ผู้เขียนระลึกอยู่เสมอว่า คุณคาดหวังที่จะให้ผู้อ่านใช้ระยะเวลาในการอ่านบทความนานเท่าไร เพราะโดยปกติในทุกๆวันของทุกคน ต้องการที่จะได้รับข้อมูลใหม่อยู่ตลอดเวลาและใช้ระยะเวลาเพียงชั่วครู่ในการอ่านเท่านั้น หน้าที่ของคุณคือทำอย่างไรที่จะนำเสนอข้อมูลในบทความ เพื่อที่ผู้อ่านได้บทสรุปที่ได้ใจความสำคัญ และเกิดความเข้าใจ
DeeMocDIY คืออะไร
การเขียน Email Content อย่างมืออาชีพ

สวัสดีครับ บทความที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นบทความที่กล่าวถึงการทำ Email ที่ถูกต้องหลายครั้งคุณอาจพบกับปัญหาว่าเหตุใดอีเมลส่งเมลไปหาผู้รับไม่ได้ เหตุผลที่ส่งไม่ได้มีมากมายซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากระบบที่ใช้ในการส่ง หรืออาจเกิดจากเนื้อหาของเมลที่เราได้สร้างขึ้น โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะกรณี่ที่เกิดจากเนื้อความของคุณ สาเหตุหลักๆทีทำให้อีเมลของเราไม่สามารถไปถึงปลายทางได้เนื่องจากระบบปลายทางมองว่าอีเมลของเราเข้าข่ายอีเมลขยะ SPAM แล้วระบบเหล่านั้นเค้ามีตัวชี้วัดอย่างไรในการแยกว่าอีเมลประเภทไหนบ้างที่เป็นอีเมลขยะ อีเมลประเภทไหนบ้างที่ไม่เป็น วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุผลหลักๆ กัน
อันดับแรก รูปภาพ
ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนำรูปภาพโบว์ชัวที่มีเนื้อหาสิ่งทีต้องการส่งไปยังผู้รับทั้งภาพเลย วิธีการนี้เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะว่าระบบจะมอกว่าอีเมลลักษณะนี้เป็น SPAM แล้ว เราควรทำอย่างไรหากคุณมีรูปภาพที่ต้องการส่งไปยังลูกค้าคุณควรพึงระลึกไว้ เสมอว่ารูปภาพเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบของเนื้อหาใจความของเรา เราควรใส่รูปภาพให้มีขนาดและจำนวนที่เหมาะสมไม่ใหญ่หรือไม่มากจนเกินไปขนาดความกว้างของรูปภาพไม่ควรเกิน 600 Pixels เพราะหากรูปภาพใหญ่เกินไป จะทำให้เสียเวลาของผู้รับในการโหลดเพื่อดูรูปภาพ นอกจากนี้หากคุณส่งเพียงแค่รูปภาพอย่างเดียวหากผู้รับไม่เลือกที่จะให้แสดง ผลรูปภาพของคุณ คุณจะเสียซึ่งโอกาสสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณท์หรือบริการของคุณนอกจากนี้ระบบ ของผู้รับบางรายไม่สามารถที่จะแสดงผลได้เต็มพื่นที่หรือเต็มขนาดตามที่เรา ต้องการอีกด้วย ต่อมาเมื่อเราทราบเบื้องต้นแล้วว่าเราควรใส่รูปภาพแค่ไหนอย่างไร เราจะมาพูดถึงการทำให้รูปภาพเรามีความน่าสนใจและลูกเล่นมากขึ้นเดิมเรามักจะ ใส่รูปเพื่อแสดงข้อมูลรายละเอียด แต่ปัจจุบันระบบการส่งอีเมลมีลูกเล่นมากขึ้น คุณสามารถที่จะใส่ Link ไปยังรูปภาพที่ใหญ่ขึ้น หรือไปยังเว็บไซด์ ที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ เราทำเพื่ออะไร? ก็เพื่อให้ผู้รับเค้าสามารถที่จะเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้นหรือหาข้อมูลเกี่ยวกับ รูปภาพนั้นๆได้มากขึ้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ารูปภาพเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจแต่อย่างไรก็ ดีหากเราใส่รูปภาพใหญ่เกินไปหรือเยอะเกินไปจะไม่เป็นผลดีต่อการทำอีเมล ดังนั้นเราจึงควรเพิ่มเติมลูกเล่นให้กับรูปภาพเพื่อให้นำไปสู่รายละเอียด อื่นๆที่เราอยากนำเสนอ
อันดับที่สอง การแสดงผล
อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่ารูปภาพ และข้อความนั้นควรที่จะมีความสมดุลย์ นอกจากนี้แล้วคุณยังต้องคำนึงด้วยว่าเมื่อส่งไปยังผู้รับแต่ละรายระบบของเขา เหล่านั้นจะแสดงผลออกมาอย่างไร บางระบบจะแสดงผลเพียงแค่บางส่วนของอีเมลเท่านั้น ดังนั้นคุณควรที่จะตรวจสอบดูว่าอีเมลที่เราส่งออกไปในแต่ละระบบนั้นข้อความ หรือรูปภาพแสดงผลอย่างไรเป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่ยกตัวอย่างเช่น หากในเนื้อความของคุณวางรูปภาพไว้บนสุดและภาพมีขนาดใหญ่ในบางระบบอาจแสดงผลเพียงแค่ครึ่งนึงของรูปภาพซึ่งผู้รับอาจไม่เปิดดูเนื้อความของคุณเลยก็ได้ ดังเช่นในรุปภาพด้านล่างนี้
ดังนั้นควรทำอย่างไรหากคุณหวังผลที่ดีเยี่ยมจากการส่งเมลแล้วนั้นคุณควรที่จะทำการตรวจสอบอีเมลของคุณว่าเมื่อส่งออกไป แล้วในแต่ละระบบแสดงอย่างไร หากมันยังไม่ดีพอก็ย้อนกลับมาแก้ไขที่เนื้อหาให้ดีขึ้น นอกจากการแสดงผลเรายังต้องตรวจสอบอีกด้วยว่าลิงค์ รูปภาพหรือข้อความต่างๆที่เราได้ใส่ลงไปในเมลนั้นแสดงผลและทำงานได้อย่างถูก ต้อง อาทิเช่นหากรูปของคุณได้ทำลิงค์เชื่อมโยงไปยังรูปขนาดใหญ่ หรือ ลิงค์เชื่อมไปยังเว็บไซด์ สิ่งเหล่านี้คุณควรจะต้องตรวจสอบซ้ำๆว่ามันสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง และแสดงผลตามที่ต้องการ






