0 Comments | Posted by MrMocDIY in General
การส่งอีเมลเพื่อการตลาด คุณจะใช้บริการจากผู้ให้บริการ(Outsource) หรือสร้างและดูแลระบบด้วยตัวคุณเอง (in-house)
ในวงการตลาดปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้ การส่งอีเมลเพื่อการตลาด (Email marketing) มีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนการโฆษณาและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและธุรกิจที่ต้องการ หลายบริษัทในประเทศอเมริกาได้ให้การยอมรับว่ารูปแบบการทำการตลาดผ่านสื่ออีเมลถือเป็นอาวุธสำคัญในการขายและโฆษณาสินค้าของพวกเขา
เหมือนกันกับทุกวงการที่มีการแข่งขันกัน บริษัทที่สามารถทำการตลาดผ่านสื่ออีเมลดีกว่ารายอื่นๆย่อมส่งผลดีให้กับบริษัท ในประเทศสหรัฐอเมริกาบริษัทใหญ่ๆส่วนมากเลือกที่จะใช้บริการกับ ผู้ให้บริการ Email Marketing (Outsource) ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในระบบการส่งอีเมล หรือไม่ก็ซื้อระบบการส่งอีเมลมาใช้งานเองนักการตลาดหลายรายยังเลือกใช้วิธีทั่วไปในการการทำการตลาดผ่านอีเมล บางรายเลือกที่จะใช้ระบบอีเมลส่วนตัวเช่น Outlook โดยจะเขียนบทความขึ้นมาอย่างง่ายๆแล้วใส่รูปภาพหลังจากนั้นก็ส่งไปยังบัญชีรายชื่อลูกค้าโดยใส่ชื่อเหล่านั้นในช่อง BCC (เพื่อซ่อนรายชื่อ) มากไปกว่านั้น ในบริษัทบางรายใส่รายชื่ออีเมลจำนวนมากโดยไม่มีการคัดกรองในช่อง To แล้วทำการส่งข้อความออกไปทั้งอย่างนั้น ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการส่งอีเมลจำนวนหลายพันรายชื่อไปยังกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เป็น spam email หรือ ส่งไปยังนักการตลาดคนอื่น หรือคนที่สนใจเพียงเรื่องทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีวิธีการใดที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะให้ผลตอบกลับที่เป็นประโยชน์ทางการตลาดเลย เพราะกลุ่มคนที่ส่งข้อความให้นั้นไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย โปรดทำความเข้าใจว่าแค่เพียงการเปิดอ่านข้อความนั้นไม่สามารถนับเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ทางการตลาดได้อย่างแท้จริง วิธีการที่วัดผลไม่ได้แบบข้างต้น เปรียบเสมือนการที่เราจะส่งเอกสารสำคัญ โดยเอกสารนั้นไม่ได้รับการลงทะเบียน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่สามารถตรวจผลการจัดส่งข้อความได้ ถ้าคุณคิดว่าวิธีการที่คุณส่งอีเมลที่ใช้ทางการตลาดคล้ายกับตัวอย่างที่เสนอข้างต้น คุณควรถามตัวเองว่า คุณควรทำอย่างไรที่จะหลีกเลี่ยงการส่งอีเมลเพื่อการตลาดแบบ ล้าหลัง ไม่ทันสมัยและไม่สามารถหวังผลได้นี้ เมื่อคุณพบวิธีการส่งอีเมลทางการตลาดที่ได้ประโยชน์สูงสุดแล้ว คุณจะต้องตัดสินใจว่าคุณเลือกที่จะใช้บริการการส่งอีเมลเพื่อการตลาดจากผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) หรือ ซื้อโปรแกรมการส่งอีเมลแล้วนำมาควบคุมระบบด้วยตัวคุณเอง (in-house)
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ให้เลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการ (Outsource) ดีกว่า
หลายคนมีความเข้าใจอย่างผิดๆว่า การที่ใช้โปรแกรมอีเมลเพื่อการตลาดโดยใช้โปรแกรมที่นำมาติดตั้งเอง จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ได้ใช้ทรัพยากรภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเพิ่มยอดขาย แต่ลองคิดอีกครั้งว่าการใช้โปรแกรมอีเมลเพื่อการตลาดโดยใช้โปรแกรมที่นำมาติดตั้งเองได้ผลดีจริงหรือไม่ มีการสำรวจวิจัย จากสถาบัน Forrester ในอเมริกา โดยนาย Eric Schmitt มีข้อสรุป ดังนี้
“นักการตลาดส่วนใหญ่ หวังที่จะนำการระบบการส่งอีเมลเพื่อการตลาดมาประยุกต์ใช้เอง (in-house) ในช่วงปี 2003…. แต่พบว่า บริษัทส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้บริการกับผู้ให้บริการการส่งอีเมลเพื่อการตลาด (outsource)” ผลการวิจัยของนาย Eric Schmitt พบว่านักการตลาดที่ใช้บริการกับผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ (outsource) มีผลลัพธ์ทางการตลาดที่น่าพอใจมากกว่ากลุ่มที่ใช้โปรแกรมการส่งอีเมลทางการตลาดด้วยตัวเอง (in-house)” นอกจากนี้การวิจัยยังพบว่า ยอดขายจากการโฆษณาผ่านอีเมลโดยใช้บริการกับผู้ให้บริการการส่งอีเมลเพื่อการตลาด (outsource) สูงกว่ากลุ่มที่ใช้โปรแกรมการส่งอีเมลทางการตลาดด้วยตัวเอง (in-house) ถึง 4 เท่า (แหล่งที่มา: Forrester Research, Inc. )
การโฆษณาที่มีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงทรัพยากรอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือบริษัทใหญ่ ควรใช้บริการการส่งอีเมลกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการโดยเฉพาะนอกเสียจากว่าคุณมีบุคลากรที่ได้รับการอบรมอย่างเหมาะสม มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่จะสามารถบริหารจัดการโฆษณาทางการตลาดผ่านระบบอีเมลได้เป็นอย่างดี คณะทำงานการทำโฆษณาผ่านระบบอีเมลที่มีประสิทธิภาพนั้น ควรประกอบด้วย นักออกแบบ (Creative designers), บรรณาธิการ (Content managers),
นักเขียนบทความ (Copywriters), ผู้ออกแบบโปรแกรม (Programmers), รายชื่อสมาชิกที่มีคุณภาพ (List hygienists), ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูล (database experts), ผู้จัดการเชิงกลยุทธ์ (strategy managers), และฝ่ายวิเคราะห์และรายงานผล (reporting analysts) บุคคลากรเหล่านี้เป็นผู้ที่มีความจำเป็นในการรองรับเพื่อจัดการกับปริมาณของข้อมูลจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นผ่านการโฆษณาทางอีเมล
จากประสบการณ์จากการเป็นทั้งผู้ใช้บริการและเป็นผู้ให้บริการการส่งอีเมลเพื่อการตลาด พบว่ามีองค์กรน้อยรายที่มีการจัดตั้งทีมคณะทำงาน การบริหารการโฆษณาผ่านอีเมลดังที่กล่าวมาข้างต้นอย่างครบถ้วน ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานของบริษัทเหล่านี้ คือเมื่อบริษัทเหล่านี้มีการลดขนาดองค์กร หรือลดจำนวนพนักงานลง จะส่งผลให้การดำรงระบบการส่งอีเมลโดยสมบูรณ์เป็นไปได้ยาก
การจะพัฒนาจนเป็นผู้เชี่ยวชาญต้องใช้เวลา
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าคุณพร้อมในการที่จะพัฒนาระบบการส่งอีเมลด้วยตัวคุณเองหรือไม่ อยากให้คุณลองพิจารณาดูว่า มีบริษัทกี่รายที่ผลิตโฆษณาเป็นของตัวเองได้ แทนที่จะไปจ้างผู้อื่นทำโฆษณาให้กับพวกเขา ถ้าคุณไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญคุณมีทางเลือกสองทาง คือ เป็นผู้เชี่ยวชาญเอง หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญทำงานให้กับคุณถ้าคุณต้องการความคล่องตัวและมีการตอบสนองที่ตรงกับความต้องการของตลาด การจ้างผู้เชี่ยวชาญถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
นาย Richard Kadzis ดำรงตำแหน่ง Director of Marketing and Communications บริษัท CoreNet Global ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา นาย Richard Kadzis กล่าวว่า ” บริษัทเลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการการส่งอีเมลเพื่อการตลาด เพราะว่าบริษัทเพิ่งก่อตั้ง โดยมีการรวมสองบริษัทเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้งสองบริษัทได้มีการส่งอีเมลเพื่อการตลาดอยู่แล้ว แต่ไม่มีการประยุกต์ใช้การติดตามการตอบสนองของสมาชิกผู้ที่ได้รับสื่ออิเล็คทรอนิกส์จากทางบริษัท ไม่มีการควบคุมการจัดการรายชื่อสมาชิกที่มีประสิทธิภาพ และการจัดการอื่นๆที่จำเป็น ”
นาย Kadzis เสริมว่า “สิ่งที่จำเป็นของบริษัท คือ การติดตามแผนการโฆษณาและโครงสร้างทางด้าน IT ที่แข็งแกร่ง อย่างเพียงพอเพื่อที่จะทำให้ประสิทธิภาพด้าน IT มีการทำงานอย่างสมบูรณ์ นี่คือเหตุผลหลักในการที่เลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการการส่งอีเมลเพื่อการตลาด สมาชิกเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลก 7,500 รายใน 25 ประเทศ ข้อมูลข่าวสารทางอิเล็คทรอนิกส์ และโปรแกรม เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง และความเข้าใจในการตอบสนองต่อการกระจายของข้อมูลก็มีความสำคัญเช่นกัน”
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้คุณมีเวลาใส่ใจกับธุรกิจของคุณ
ไม่ว่าบริษัทของคุณจะเลือกที่จะใช้บริการจากผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเป็นผู้จัดการระบบด้วยตนเอง บริษัทไม่ควรที่จะรับเพียงแต่เทคนิค หรือกลยุทธ์การจัดการมาประยุกต์ใช้เท่านั้น คุณควรจะสร้างนโยบาย, ระเบียบวิธีการทำงาน และข้อปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่า คุณมีวิธีการจัดการและโครงสร้างที่เหมาะสม
Katherine Weeks ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ Turq Jewelry ซึ่งเป็นธุรกิจขายปลีกที่กำลังเจริญเติบโตรวดเร็วและทันสมัยอย่างยิ่งในอเมริกา ให้ความเห็นว่า “เราไม่รู้ถึงวิธีที่รวดเร็วและดีที่สุดในการที่จะติดตั้งโปรแกรมการส่งอีเมลทางการตลาดที่ดีรวมถึงการพัฒนานโยบายภายในและวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด ดังนั้นเราจึงควรจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้บริการ ด้วยวิธีนี้เราจึงสามารถที่จะให้ความใส่ใจกับแผนการออกแบบและการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของบริษัท โดยพื้นฐานของการส่งอีเมลเพื่อการตลาดเราไม่จำเป็นต้องทุ่มเททรัพยากรของเราเอง เราจำเป็นต้องดำเนินโปรแกรมการทำงานโดยปราศจากการสูญเสียทรัพยากรของเราเอง”
คุณ Weeks ยังเสริมอีกว่า “จากการที่ใช้บริการจากผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ เราได้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ในขณะที่ทีมงานของบริษัท Turq สามารถให้ความใส่ใจปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่ มันเป็นการลดภาระลงไปอย่างมาก ที่สามารถให้งานสำคัญซึ่งเป็นส่วนของกลยุทธ์ของเรา ไปยังผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ”
ลูกค้าคือหัวใจสำคัญของการทำการตลาด
เงินหรือทรัพยากรที่คุณมี ไม่สามารที่จะจัดการตามข้อกำหนดต่างๆ ในการเจริญเติบโตทางตลาดของระบบอีเมลได้อย่างอัตโนมัติได้ ความสัมพันธ์และคุณค่าความสัมพันธ์กับลูกค้าใช้ระยะเวลา การลงทุน และข้อผูกพันธ์ในระยะยาว เพราะลูกค้าของคุณคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด มีคุณค่ามากกว่าที่จะนำเสนอแบบไม่ใส่ใจ ไม่ระวัง วิธีการที่ดีที่สุดในการที่จะเข้าถึงลูกค้า คือ โปรแกรมการทำการตลาดผ่านระบบอีเมลที่มีการประยุกต์ใช้ความรู้เฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญ
22 คำถามที่จะถามคณะทำงานของคุณก่อนการตัดสินใจ ว่าคุณเลือกที่จะใช้บริการการส่งอีเมลจากภายนอก (Outsource) หรือ ซื้อโปรแกรมการส่งอีเมลแล้วมาจัดการเอง (In-house)
1. บริษัทของคุณมีบุคลากรภายในที่พร้อมจะเรียนรู้การใช้เครื่องมือใหม่ และโปรแกรมใหม่ๆ และสามารถสอนให้ผู้อื่นใช้งานได้หรือไม่
2. บริษัทของคุณมีบุคลากรภายในที่สามารถจะพัฒนาจนเป็นผู้เชี่ยวชาญระบบการส่งอีเมลเพื่อการตลาดให้กับองกรณ์หรือไม่
3. บริษัทของคุณมีบุคลากรและความรู้อะไรที่จะสร้างนโยบายและวิธีการทำงานที่สัมพันธ์กับโปรแกรมการส่งอีเมลเพื่อการตลาดหรือไม่
4. บริษัทของคุณมีบุคลากร และความรู้ที่จะพัฒนาระเบียบวิธีปฏิบัติสำหรับฝ่ายออกแบบ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายเขียนบทความ และฝ่ายเทคนิคหรือไม่
5. อะไรคือความแตกต่างระหว่างรูปแบบข้อความของอีเมลที่เป็น HTML และ Text
6. อะไรคือความแตกต่างระหว่าง“soft bounce” และ “hard bounce”
7. การจัดเก็บรายชื่ออย่างมีคุณภาพ (list hygiene) มีความหมายอย่างไร
8. Double opt-in และ single opt-in คืออะไร
9. บริษัทของคุณมี นโยบายความเป็นส่วนตัว (privacy policy) หรือไม่ นโยบายความเป็นส่วนตัวสอดคล้องกับโปรแกรมการทำการตลาดผ่านอีเมลของบริษัทคุณ หรือไม่
10. บริษัทของคุณมีช่องทางการเก็บรายชื่ออีเมล จากหน้าเว็บไซต์ของคุณด้วยวิธีอื่นหรือไม่
11. กระบวนการของการลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกของคุณทำงานอย่างไร
12. คุณมีจำนวนรายชื่อสมาชิกของคุณในปัจจุบันที่ชัดเจนหรือไม่ รายชื่อเหล่านั้นซ้ำกันหรือไม่
13. คุณมีระบบตอบกลับอัตโนมัติสำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกรายใหม่หรือคนที่ยกเลิกการเป็นสมาชิกหรือไม่ แล้วต้องการที่จะมีระบบตอบกลับหรือไม่
14. สมาชิกของคุณมีวิธีการบอกเลิกรับข้อความของคุณอย่างไร มีการระบุที่ชัดเจนและง่ายต่อการปฏิบัติหรือไม่
15. เมื่อสมาชิกมีการยกเลิก คุณได้มีการนำชื่อของผู้ยกเลิกออกจากระบบฐานข้อมูลเพื่อหยุดส่งข้อความโดยทันทีหรือไม่
16. คุณได้มีการระบุข้อมูลของคุณที่ชัดเจนเพื่อให้สมาชิกสามารถติดต่อกลับหรือไม่
17. คุณมีการส่งอีเมลไปยังสมาชิกของคุณบ่อยแค่ไหน
18. คุณมีวิธีการระบุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิก (Personalize data) แต่ละรายใน
อีเมลอย่างไร
19. คุณมีการแบ่งกลุ่มสมาชิกของคุณอย่างไรบ้าง
20. คุณสามารถทำการทดสอบหัวข้อเรื่อง, ผู้ส่ง หรือ วันและเวลาที่ส่งได้หรือไม่
21. คุณมีความคุ้นเคยกับกฏและระเบียบการส่งอีเมลเพื่อการตลาดในปัจจุบันอย่างถูกต้องหรือไม่
22. คุณจำเป็นที่จะต้องทำอะไรบ้างที่ทำให้โปรแกรมการส่งอีเมลเพื่อการตลาfของคุณสอดคล้องกับกฎระเบียบของประเทศและมีความเป็นสากล
สำหรับคำตอบ กรุณาส่งมายังอีเมล mrMoc@DeeMoc.com







