DeeMocDIY.com
   
OR

DeeMocDIY Blog

หลัก 15 ข้อในการเขียนหัวข้อเรื่องในอีเมล (Subject line) ให้ได้รับการเปิดอ่านมากที่สุด

กฏข้อที่1 ติดตามข่าวสารข้อมูลจากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆอยู่เสมอ
ถ้าหากคุณต้องการปรับปรุงการเขียนหัวข้อเรื่องของคุณให้ดีขึ้น ให้คุณอ่านหนังสือพิมพ์ให้มาก โดยให้ความใส่ใจในหัวข้อเรื่องและวิธีการพาดหัวข่าว หัวข้อเรื่องต่างจะมีการเน้นเฉพาะใจความสำคัญโดยจะใช้คำที่กระทัดรัดแต่ได้ใจความ ในการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีนั้นคุณควรพิจารณาในมุมกลับโดยคิด ในฐานะของผู้อ่านด้วยว่า ผู้อ่านจะได้เนื้อหาสาระอะไรจากบทความ มีความสำคัญอะไรกับเขา หรือ อะไรที่คุณอยากให้เขานำไปปฏิบัติหลังจากจากที่เขาได้อ่านอีเมลของคุณ แม้ว่าคุณไม่สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ในทุกครั้ง ให้คุณลองอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วไปให้มากขึ้นเพื่อศึกษาถึงวิธีการพาดหัวข่าวในแต่ละเรื่อง

กฏข้อที่ 2 อย่ายึดติดกับรูปแบบการเขียนข้อความ
อะไรที่เคยเขียนแล้วประสบความสำเร็จอาจประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นในการเขียนหัวข้อครั้งถัดไปดังนั้นอย่างยึดติดกับการเขียนในรูปแบบเดิมเสมอไป แต่ลักษณะการนำเสนอในบางเรื่องควรมีวิธีการนำเสนอเนื้อหาบทความที่แตกต่างอย่างชัดเจนเช่นรูปแบบการเขียนเรื่องการลดราคาสินค้า (Discount) ควรเขียนให้มีความแตกต่างกับการเชิญชวนให้เกิดการซื้อซ้ำ (Upsell) และทั้งสองรูปแบบนี้ควรมีการพาดหัวข่าวที่แตกต่างกัน
ในกรณีที่คุณจะต้องเขียนอีเมลที่มีความคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง คุณไม่ควรที่จะนำหัวข้อเรื่องที่เคยเขียนมาแล้วกลับมาใช้ใหม่แต่คุณควรที่จะเขียนให้มีความแตกต่างจากเดิมทุกครั้ง แต่ยังคงทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีความคุ้นเคยกับเรื่องที่เคยนำเสนอไปแล้วด้วย คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการเขียนรูปแบบใดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ให้ศึกษาต่อไปในข้อที่ 3

กฏข้อที่ 3 ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ
มีการทดสอบอยู่เสมอเพื่อที่คุณจะสามารถประเมินได้ว่าแนวโน้มและรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งาน จะเป็นการดีหากคุณสามารถทำการทดสอบก่อน (Pre-test) ขอแนะนำให้คุณมีเวลาล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันในการทดลองหัวข้อเรื่องนั้นๆ ซึ่งยังมีเวลาเพียงพอที่จะปรับปรุงหัวข้อให้ดียิ่งขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการทดสอบ ให้ติดตามในกฏข้อ 12

กฏข้อที่ 4 เขียนชื่อผู้ส่งให้มีความสอดคล้องกับหัวข้อเรื่องในอีเมล
ระบุชื่อผู้ส่งในช่อง “From line” ยกตัวอย่างเช่น From : MrMoc ชื่อผู้ส่งอีเมล แล้วเขียนหัวข้อเรื่อง (Subject line) เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ผู้รับเปิดอีเมล หากในช่องชื่อผู้ส่ง(From line) ได้ระบุชื่อบริษัทของคุณอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องระบุซ้ำอีกในช่องหัวข้อ (Subject line) ซึ่งจะช่วยให้คุณมีพื้นที่มากขึ้นในการที่จะเขียนหัวข้อเรื่องของคุณ แต่ให้คุณลองพิจารณาคำที่แสดงถึงภาพลักษณ์ของบริษัทลงในหัวข้อเรื่องของบทความ วิธีการนี้จะช่วยให้บทความอีเมลของคุณมีความโดดเด่นแม้ว่ามันจะอยู่ในกล่องข้อมูลขยะ (Junk mail) หรือกล่องรับข้อความของผู้อ่าน

กฏข้อ 5 ควรกล่าวถึงข้อมูลที่สำคัญลงไปในหัวข้อเรื่องก่อน
จำนวนของข้อความที่ปรากฏในหัวข้อเรื่องของแต่ละผู้ให้บริการอีเมล (ISPs เช่น Hotmail, Yahoo, AOL ฯลฯ) มีความแตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่จะให้อย่างน้อยที่สุด 50 ตัวอักษร ดังนั้นคุณควรจะนำเสนอข้อมูลที่สำคัญลงไปภายใน 50 ตัวอักษรแรก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการตัดข้อความที่สำคัญในหัวข้อเรื่อง เช่น ราคา หรือวันที่ ออกไป คุณสามารถทดสอบด้วยวิธีการทดสอบที่ง่ายๆโดยการทดลองส่งอีเมลหาตัวคุณเอง เพื่อดูว่ารูปแบบอีเมลมีลักษณะอย่างไร

กฏข้อที่6 จำนวนการเปิดอีเมลไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดีเสมอไ
อีเมลที่ได้รับการตอบสนองจากผู้อ่านสูง เช่น เปิดดูเพื่ออ่านบทความสูง เกิดการลงทะเบียนสูง มียอดขาย หรือมีการดาวน์โหลดข้อมูลสูง หากคุณได้ลองวิเคราะห์เชิงลึกโดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์บนเว็บไซต์ต่างๆ คุณอาจพบว่ามีรูปแบบบางอย่างที่เหมือนกันอยู่ เช่น อีเมลที่มีอัตราการเปิดอ่านต่ำแต่มีอัตรายอดขายต่อการสั่งซื้อสูง สิ่งนี้หมายความว่าหัวข้อเรื่องที่คุณเขียนขึ้นมาได้มีการคัดกรองสมาชิกของคุณ และสามารถที่จะสร้างผลกำไร ให้จำไว้เสมอว่า เป้าหมายทางการตลาดไม่จำเป็นต้องมีอัตราการเปิดอีเมลที่สูง แต่ต้องมีการสั่งซื้อ หรือตอบสนองอย่างที่คุณต้องการในอัตราที่สูง ยกตัวอย่างเช่น อีเมลสองฉบับที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกันฉบับแรกถูกส่งไปยังกลุ่มตัวอย่าง 100 คน ได้รับการเปิดอีเมล 80 คน มียอดของผู้สั่งซื้อ 10 คน เปรีบเทียบกับอีเมลฉบับที่สองส่งไปยังกลุ่มตัวอย่าง 100 คน ได้รับการเปิดอีเมล 30 คน มียอดของผู้สั่งซื้อ 25 คน อีเมลฉบับไหนประสบความสำเร็จมากกว่ากัน

กฏข้อที่ 7 การระบุถึงข้อมูลส่วนบุคคลลงในหัวข้อเรื่อง (Personalize data)
การระบุข้อมูลส่วนบุคคลลงในหัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเนื้อหาที่ผู้อ่านชอบ สนใจ เคยซื้อมาก่อน เว็บไซต์ที่เคยเข้าไปเยี่ยมชม หรือลิงค์ที่เคยคลิ๊กมาก่อน จะทำให้ผู้ได้รับอีเมลนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ให้ระวังถึงการที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลที่กล่าวถึงสิ่งที่เคยซื้อในอดีต เพราะว่าสิ่งที่เค้าเคยซื้อในอดีตอาจเป็นของขวัญที่ซื้อให้ผู้อื่น หรืออาจไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้อ่านอย่างแท้จริง ดังนั้นคุณควรจะมีช่องทางที่จะให้ผู้อ่านของคุณค้นหาและทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อให้คูณมีข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสมาชิกมากที่สุด

กฏข้อที่ 8 การใช้คำเพื่อกระตุ้นผู้อ่าน
การระบุระยะเวลา (Deadline) เช่น “รีบสั่งซื้อภายในเที่ยงคืนวันนี้ เท่านั้น” หรือ “ลดกระหน่ำ เฉพาะในช่วงปีใหม่นี้” ทำให้กระตุ้นผู้อ่านเกิดการตอบสนองอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้การใช้คำเพื่อกระตุ้นโดยระบุระยะเวลาอย่างเป็นลำดับเป็นส่วนของการวางแผนตามลำดับขั้นของอีเมลที่ดีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในวันจันทร์ส่งข้อความไปยังผู้อ่านว่า “เหลืออีก 5 วันสุดท้าย…” และในวันพฤหัสส่งข้อความไปอีกว่า “เหลือเพียง 24 ชั่วโมง …” เป็นต้น

กฏข้อที่ 9 หลีกเลี่ยงใช้คำที่เข้าข่ายเป็น spam
ในการเลือกใช้คำเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านสนใจ มีเส้นแบ่งระหว่างการที่หัวข้อเรื่องที่สดุดตา หรือเป็นอีเมล Spam คุณควรมีการตรวจสอบบทความ หรือตรวจสอบคำ ประโยค หรือโครงสร้างที่จะทำให้บทความของคุณเป็นอีเมล spam เครื่องมือมือตรวจสอบจะบอกคุณให้หลีกเหลี่ยง สองข้อหลักที่จะทำให้บทความของคุณเป็น spam คือ การเขียนหัวข้อเรื่องภาษาอังกฤษด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และใช้เครื่องหมายตกใจมากเกินความจำเป็น (การเขียนด้วยคำที่เข้าข่ายเป็น spam ทั้งสองข้อ ทำให้บทความของคุณมองดูไม่เหมือนเป็นมืออาชีพด้วยเช่นกัน) ซึ่งหากเป็นไปได้ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องหมายตกใจในบทความของคุณ

กฏข้อที่ 10 ไม่มีเป็นกฏที่ห้ามใช้คำว่า Free เสมอไป
ภาษาอังกฤษคำว่า “Free” จัดอยู่ในคำที่เข้าข่าย Spam และพบมากในอีเมลที่เป็น Spam แต่คุณสามารถใช้คำว่า Free ในหัวเรื่องของคุณได้โดยการไม่ใช้เป็นคำนำหน้าประโยค ไม่ใช้คำว่า Free พร้อมกับเครื่องหมายตกใจ หรือ ไม่สะกดคำว่า Free ในภาษาอังกฤษด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (ทำให้มีโอกาสถูกตรวจมากขึ้น) นอกจากนี้หากอีเมลของคุณมีคำว่า Free แต่มีคนจำนวนมากให้การตอบสนองกับกับอีเมลนี้ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองโดยการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นหรือมีการตอบสนองอื่นๆ อีเมลของคุณก็จะได้รับการพิจารณาและผ่านการคัดกรองไม่เป็น spam ได้

กฏข้อที่ 11 นำเสนอเข้าสู่บทความ อย่าพาออกนอกเรื่อง
ไม่ควรขยายความในหัวข้อเรื่อง หรือให้คำสัญญาใดๆในอีเมลที่เกินความเป็นจริง หรือเรียกร้องให้ผู้อ่านทำบางสิ่งบางอย่างที่คุณต้องการโดยที่ผู้อ่านพบว่ามันเป็นไปได้ยากมาก ถ้าหากหัวข้อเรื่องของคุณไม่ตรงกับข้อความในอีเมล สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านจะรับรู้ว่ามันจะเป็นการโฆษณาเกินเหตุและทำให้ผู้อ่านเสียความไว้วางใจกับคุณ (และอาจจะรายงานผลให้อีเมลของคุณเป็นอีเมล Spam อีกด้วย)

กฏข้อที่ 12 เขียนและทดสอบก่อนส่งอยู่เสมอ
โดยปกติการเขียนหัวข้อเรื่องมักเป็นการกระทำขั้นสุดท้าย และโดยส่วนใหญ่เป็นการกระทำอย่างเร่งรีบในการส่งอีเมลเพื่อโฆษณา การเขียนหัวข้อที่ดีควรมีวิธีปฏิบัติกลับกันคือ เมื่อคุณวางแผนที่จะส่งอีเมลเพื่อโฆษณา ให้คุณเริ่มที่จะคิดว่าหัวข้อเรื่องจะเขียนในลักษณะไหนเป็นประการแรก วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้เห็นถึงเป้าหมายการโฆษณาของคุณชัดเจนและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และอาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนำเสนอบทความอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
ถ้าเป็นไปได้คุณควรที่จะทดสอบหัวข้อเรื่องในกลุ่มตัวอย่างจากรายชื่อสมาชิกของคุณก่อน ถ้าหากคุณไม่มีเวลา ให้ทดสอบหัวข้อกับกลุ่มของคุณสนใจซึ่งอาจรวมไปถึงทีมงานทางการตลาดของคุณ ส่วนงานอื่นในบริษัทของคุณ และแม้กระทั่งเพื่อนจากสายงานอื่นภายนอกเพื่อที่จะได้รับมุมมองที่กว้างขึ้น

กฏข้อที่ 13 ทบทวนผลลัพธ์จากหัวข้อเรื่องที่โฆษณาหรือบทความที่ส่งไปแล้วในอดีต
ให้พิจารณาถึงหัวข้อเรื่องใดได้รัยการตอบสนองตามที่คุณต้องการ มีเรื่องใดที่ได้รับการตอบสนองสูงสุด มีอัตราเฉลี่ยการขายต่อจำนวนของการสั่งซื้อสูงสุด จำนวนการคลิ๊กอีเมลต่ออัตราการเปิดอีเมลอ่านสูงสุด และอื่นๆ
การทบทวนผลของการวิเคราะห์จากเครื่องมือวิเคราะห์ทางเว็บไซต์ จะแสดงถึงว่าบทความใดที่ได้รับการคลิ๊กหรือมีการส่งต่อไปยังผู้อื่นมากที่สุด มีข้อมูลตัวไหนที่เกิดการดาวน์โหลดบ่อยที่สุด มีส่วนไหนของการนำเสนอที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด คุณสามารถนำผลจากการวิเคราะห์นี้ใช้ในการสร้างกลยุทธ์เลือกผลิตภัณฑ์และบทความที่คุณต้องการนำเสนอ รายงานผลเหล่านี้ยังแสดงถึงข้อมูลได้เป็นประโยชน์และมีความสอดคล้องที่สุดอีกด้วย

กฏข้อที่14 การนำเสนอบทความสม่ำเสมอย่างต่อเนื่อง
การส่งอีเมลมากว่าเดือนละครั้งหรือทุกสามเดือนช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่าคุณและผู้อ่านมากขึ้น ผลการตอบสนองของผู้อ่านอีเมลของคุณจะช่วยแสดงถึงสิ่งที่ผู้อ่านมีความสนใจ อีเมลฉบับไหนได้รับการเปิดอ่านและได้การคลิ้กมากกว่ากัน การเลือกใช้คำหรือประเด็นที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสมจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าอยากติดตามข้อมูล
นอกจาที่คุณจะส่งอีเมลอย่างสม่ำเสมอแล้วการเขียนบทความที่มีความต่อเนื่องจากที่คุณได้เริ่มเขียนมาก่อนหน้าแล้วก็จะช่วยให้ผู้อ่านที่มีความสนใจอ่านบทความของคุณต่อเนื่องด้วย ยกตัวอย่างเช่นหากคุณมีกลุ่มสมาชิกที่สนใจเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ คุณอาจเขียนเรื่อง “Car tips: วิธีใช้เกียร์ออโต อย่างฉลาด” และเขียนบทความอื่นที่เกี่ยวข้องกับวิธีดูแลรักษารถที่ดีในเดือนถัดๆไป

กฏข้อ 15 ลองทดสอบว่าจะสามารถทำผู้ได้รับอีเมลเปิดหรืออ่านได้หรือไม่
ในวันที่ผู้รับเปิดเช็กอีเมลของเขาแล้วพบว่ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลยที่น่าสนใจ คุณจำเป็นต้องกระตุ้นทำให้ผู้อ่านประหลาดใจโดยนำเสนอข้อมูลที่เขาสนใจ เพื่อให้เขาเกิดความสนใจว่า ใครเป็นผู้ส่งมาแล้วผู้ส่งรู้ถึงความต้องการข้อมูลของเรานี้ได้อย่างไร
ย้อนกลับไปยังกฏข้อ 14 ถ้าคุณเขียนบทความสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้อ่านของคุณ สิ่งที่คุณอ้างอิงในหัวข้อเรื่องจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นผู้อ่านในการเปิดอ่านอีเมลของเราว่าเรามีอะไรในการนำเสนอใหม่ในครั้งนี้
ให้ลองทดสอบอย่างง่ายๆด้วยตัวของคุณเองและคนอื่นในทีมงานของคุณว่า หัวข้อเรื่องที่คุณเขียนขึ้นมาผ่านการทดสอบสองข้อนี้หรือไม่

  • แบบทดสอบ ต้องอ่าน ลองตั้งหัวข้อที่หากสมาชิกไม่เปิดอีเมลเขาจะรู้สึกว่าเขาหลุดออกจากความเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มและอาจพลาดโอกาสซึ่งอาจทำให้เขารู้สึกพลวดโอกาสหากไม่ได้เปิดอ่านมัน
  • แบบทดสอบ Junk box กรณีที่อีเมลของคุณถูกจัดอยู่ใน Junk Box หรือ Bulk mail ชื่อของผู้ส่งและหัวข้อเรื่องที่คุณเขียนมีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจเพียงพอที่จะทำให้ผู้อ่านยอมรับอีเมลฉบับนั้นสู่กล่องข้อความหลักหรือไม่
    โดยสรุป ยิ่งเรียนรู้มาก ยิ่งมีโอกาสมาก
    ดูเหมือนว่ามีเงื่อนไขหลายประการในการเขียนหัวข้อเรื่องที่มีคุณภาพโดยใช้เพียง 50 ตัวอักษร แต่อักษร 50 คำนี้อาจทำให้การทำตลาดผ่านสื่ออีเมลของคุณประสบความสำเร็จได้ มันคุ้มค่าที่จะให้ความใส่ใจเพื่อทำให้มันถูกต้อง
  • Share/Bookmark

RSS Feed

No comments yet.

Leave a comment!

DeeMocDIY Newsletter

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารจาก DeemocDIY
และเทคนิค Top 10 Email Marketing Tips ฟรี!

Email Address: