0 Comments | Posted by Mr. Moc in General
พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย
ในปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสูงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแวดวงของการสื่อสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก เช่นในเรื่องของใช้โทรศัพท์ซึ่งแต่เดิมมีเพียงเพื่อการสื่อสารผ่านเสียง การส่งข้อความสั้น การส่งรูปภาพแต่ในระยะหลังมานี้ โทรศัพท์เป็นยิ่งกว่าโทรศัพท์ บริษัทชั้นนำต่างๆได้พัฒนาระบบให้สามารถรองรับการทำงานต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะ การเข้าใช้บริการ Internet ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดานักธุรกิจตลอดจนพนักงานออฟฟิสปัจจุบันมักจะมีโทรศัพท์ ที่สามารถใช้บริการInternet ได้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม ผู้บริโภคว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวไว้พอสังเขป
พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้
ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture Factors) ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้ามหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยแต่ในความเป็นจริงเป็นปัจจัยที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นวัฒนธรรมแต่ละสังคมจึงผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของ แต่ละบุคคล โดยหากผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจกับปัจจัยนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่นเป็นกรณีๆไป ซึ่งปัจจัยวัฒนธรรมยังสามารถแบ่งย่อยๆได้อีกดังนี้
1. วัฒนธรรม(Culture) เป็นการคำนึงถึงบุคลิกลักษณะนิสัยโดยรวมของกลุ่มคน ณ สถานที่หนึ่ง ในแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะนิสัยต่างๆกันไป อย่างของประเทศไทยเราก็จะมีลักษณะเด่นๆอาทิเช่น ยิ้มสยาม ความเกรงอกเกรงใจเป็นต้น
2. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Subculture) แม้ว่าเราจะรู้พื้นฐานของพฤติกรรมโดยรวมแล้วแต่เรายังต้องพิจารณาให้ลึกลงไปถึง เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, พื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลากหลายเชื้อชาติ และในแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมย่อยลงไปอีกหรือแม้กระทั่งเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนาก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
3. ชนชั้นของสังคม (Social Class) ในเรื่องของชนชั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้อย่างเด็ดขาดว่าไม่มีส่วนสำคัญเพราะในเรื่องของชนชั้นนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลซึ่งแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ อาชีพ, ฐานะ, รายได้ ผู้มีรายได้สูงก็จะบริโภคสินค้าที่มีราคาสูง ส่วนผู้มีรายได้ต่ำก็ย่อมบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก
ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal Factors) ก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ในหัวข้อนี้จะเป็นการลงลึกถึงแต่ละบุคคลลงไปว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมของผู้บริโภค
1. อายุ (Age) ในแต่ละช่วงอายุของแต่ละบุคคลจะมีการบริโภคที่ไม่เหมือนกันในวัยเด็ก เด็กจะสนใจแต่เรื่องของความสนุก ของเล่น เครื่องเล่น เกมส์ฯลฯ แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็จะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมมาบริโภคข่าวสารหรือสิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้นแต่อย่างไรก็ดีมียังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทุกวัยต้องการเช่น ความสะดวกสบายนั่นเอง
2. อาชีพ (Occupation) อาชีพก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอย่างมากตัวอย่างที่เห็นข้อแตกต่างได้ชัดเช่น อาชีพนักธุรกิจกับอาชีพพ่อค้าแม่ค้าสองอาชีพนี้ สองอาชีพนี้แตกต่างอย่างไรแม้ว่าทั้งสองอาชีพต้องการในสิ่งเดียวกันคือรายได้จากการทำงานแต่การใช้ชีวิตการทำงานแตกต่าง นักธุรกิจมักจะมีการดูแลตัวเองให้ดูภูมิฐานอยู่เสมอแต่กลับกันพ่อค้าแม่ค้าจะสนใจในเรื่องนี้น้อยกว่ากันมาก
3. โอกาส (Opportunity) โอกาสในชีวิตของเราๆท่านๆโอกาสเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแต่ผู้ที่ไขว่คว้าโอกาสเหล่านั้นไว้ย่อมได้อะไรมากกว่าคนอื่นดังนั้นผู้ที่ได้รับบางสิ่งบางอย่างอาทิเช่น หากคนๆหนึ่งได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในประเทศที่พัฒนาแล้วเมื่อเขากลับมายังประเทศตนเองก็จะนำพฤติกรรมที่บริโภคสินค้าหรือบริการที่ดีมีมาตรฐานกว่ากลับมาด้วย และมักจะคงพฤติกรรมนั้นๆไว้อยู่ตลอดไป
4. การศึกษา (Education) ปัจจัยนี้เป็นสิ่งสำคัญมากผู้ที่มีการศึกษาที่ดีก็ย่อมที่จะพิจารณาเลือกเฟ้นสิ่งที่ดีสำหรับตนเพื่อบริโภคเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นขอยกตัวอย่างเช่น หมอหรือพยาบาลที่รู้จักโรคภัยใข้เจ็บเป็นอย่างดีรู้ถึงสาเหตุของมันก็ย่อมต้องระมัดระวังและหาทางป้องกันในการบริโภคอาหารดีกว่าผู้อื่น
5. รูปแบบการดำรงชีวิต (Life Style) จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าจะเป็นอายุ อาชีพ โอกาส หรือการศึกษาก็ยังต้องอยู่ภายใต้รูปแบบการดำรงชีวิตของแต่ละบุคคลว่ามีความ พิถีพิถัน ระมัดระวัง ละเอียด และรอบคอบขนาดไหน ยิ่งมีสิ่งเหล่านี้มากการเลือกบริโภคผลิตภัณท์หรือบริการก็จะมีขั้นตอนมากขึ้นตามไป
แนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคสื่อในอนาคตจะเป็นอย่างไร
ในปัจจุบันโลกเรามีวิวิฒนาการด้านการสื่อสารชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดด ในประเทษไทยคำว่า ADSL หรือ Internet ความเร็วสูงเพิ่งจะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้และใน ช่วงเวลานั้นโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้บริการ Internet ก็มีอยู่แค่ไม่กี่ Brand เท่านั้นแถมราคาก็สูงมาก แต่ในปี 2552 ทุกที่ที่ใช้ Internet มักจะเป็นชนิดความเร็วสูงหรือแม้กระทั่งมือถือก็ต้องรองรับเทคโนโลยีสมัย ใหม่อย่าง 3G ดังนั้นจะเห็นได้การสื่อสารได้พัฒนาไปสู่การสื่อสารบนโลก Internet มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกธุรกิจทุกบริการต่างก็พยายามสรรหาระบบที่จะตอบสนองเทคโนโลยีเหล่านี้แล้วคุณหละยังคงทำธุรกิจบนความเชื่อเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ วิธีการเดิมๆ อยู่หรือไม่หากคุณยังคงทำเช่นนั้นอยู่หลังจากอ่านบทความนี้แล้วหวังว่าคุณคงจะปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อให้พร้อมรับกับความต้องการของผู้บริโภค การแข่งขันในด้านเทคโนโลยีมีผลต่อธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และกลางธุรกิจเหล่านี้ต่างเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อรองรับความต้องการหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคตซึ่งในอนาคตการบริโภคข่าวสารของคนทั่วไปจะเริ่มหันมาบริโภคข่าวสารผ่านระบบออนไลน์มากขึ้นไม่ว่าจะผ่าน Computer หรือ Smart Phone ก็ตามและในทางเดียวกันผู้ผลิตComputer โทรศัพท์ อุปกรณ์สื่อสาร หรือแม้กระทั่งผู้ให้บริการโครงข่ายการสื่อสารก็พยายามปรับแผนและกลยุทธ์ ตลอดจนบริการเพื่อให้พร้อมบริการแก่ผู้บริโภคและการแข่งขันในอนาคตจะเห็นได้ว่าปัจจุบันผู้ให้บริการการสื่อสารไม่ว่าจะโทรศัพท์พื้นฐานหรือ เคลื่อนที่ต่างก็จะมี Package สำหรับการใช้บริการ Internet ออกมามากมายเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคใช้บริการของตนรวมทั้งผู้ประกอบการประเภทอื่นๆก็ยังเริ่มทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้นหรือแม้กระทั่งโลกของข่าวสาร สื่อประเภทหนังสือพิมพ์ก็ยังเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบมาให้บริการข่าวสารผ่าน Internet มากขึ้นแทบทุกสำนักข่าวในปัจจุบันจะมีหน้า Website ของตนเองและยังมีบางสำนักข่าวที่พัฒนาไปไกลยิ่งกว่านั้น ไกลอย่างไร? บางสำนักข่าวมีการผลิตโปรแกรมสำหรับมือถือบางชนิดเพื่อความสดวกในการบริโภค ข่าวสารของผู้บริโภค อาทิเช่น The Nation มีการผลิต Apps สำหรับ Iphone เพื่อให้ผู้ใช้ Iphone ติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังให้ความเห็นว่า “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานเรื่องแนวโน้ม หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ว่า จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสื่อสารในโลกปัจจุบัน เป็นตัวผลักดันให้การพัฒนาของสื่อหนังสือพิมพ์ทั่วโลกเริ่มปรับเปลี่ยนเข้า สู่รูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ให้ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสารได้สะดวกและรวดเร็วจากทั่วทุกมุมโลกในรูปแบบ สื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ นอกจากนี้บริการรับข่าวสารในรูปแบบข้อความสั้น (Short Message Service : SMS) และข้อความมัลติมีเดีย(Multimedia Message Service : MMS) ก็ถือเป็นช่องทางที่ผู้ให้บริการข่าวของไทยเริ่มหันมาพัฒนาขยายตลาดในส่วนนี้มากขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะในช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญๆที่ประชาชนสนใจติดตามเป็นพิเศษ” * ข้อมูลจาก http://ppnpthan.ning.com/profiles/blogs/3478912:BlogPost:9471* ขณะนี้ผู้ให้บริการข่าวผ่านระบบออนไลน์ในเมืองไทยยังเป็นการให้บริการฟรีโดยที่ผู้ให้บริการจะได้รับรายได้จากการโฆษณาต่างๆ ซึ่งในอนาคตอาจมีการเรียกเก็บค่าบริการซึ่งหากธุรกิจของคุณเป็นที่นิยมคุณอาจจะใช้เป็นช่องทางในการสร้างรายได้จากการโฆษณาเช่นเดียวกันก็ย่อมเป็นไปได้จะเห็นได้ว่าโลกปัจจุบันอะไรๆก็ Internet แต่เดิมนั้นหากใครต้องการหาบริการหรือสินค้าชนิดใดก็จะเปิดดูสมุดหน้าเหลือง แต่ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ใช้ Google ในการค้นหาผลิตภัณท์หรือบริการถึงตรงนี้อยากให้คุณคิดและตอบตัวเองว่าผู้บริโภคสามารถหาธุรกิจของคุณบน Google แล้วหรือยังหากยังคุณควรจะหาผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำในการเริ่มต้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วยวิธีที่เหมาะสมและคุ้มค่า
นอกจากกลุ่มของหนังสือพิมพ์แล้วธุรกิจชั้นนำของไทยมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาทำการตลาดผ่าน Internet มากขึ้นซึ่งนอกจากการทำ Website แล้วยังมีการใช้ระบบที่เรียกว่า Social Network เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงธุรกิจของเขาและติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลาและยังเพิ่มเครื่องมือที่จะเข้าถึงลูกค้าด้วยการทำ Email Marketing หรือส่ง SMS วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่จะช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและยังทำให้ผู้บริโภคนึกถึงบริการหรือผลิตภัณท์ของเขาเป็นอันดับแรกในอดีตอาจไม่จำเป็นแต่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูงสินค้าชนิดเดียวกันอาจมีหลากหลายผู้ผลิตผู้บริโภคก็ย่อมใช้เวลาและหลักเกณท์ในการเลือกสินค้าเพื่อบริโภคมากขึ้น ดังนั้นแนวโน้มการนำเสนอข้อมูลหรือข่าวสารต่างๆไปยังผู้บริโภคในประเทศไทยจะปรับเปลี่ยนทิศทางไปใช้ช่องทาง Internet มากขึ้น คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะตอบสนองความต้องการกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต







