12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
12 คำถามก่อนส่ง Email ของคุณ
ในปัจจุบันการทำการตลาดในรูปแบบการส่ง Email เริ่มจะเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ Email ของคุณมีความสมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ก่อนที่จะส่ง Email ของคุณ เรามาตรวจสอบกันดีกว่าว่า Email ของคุณพร้อมที่จะส่งแล้วหรือยัง

ส่วนผู้ส่งและหัวเรื่อง
ชื่อผู้ส่ง บ่งบอกถึงองค์กร บริษัท หรือผลิตภัณฑ์ ของคุณหรือไม่
หัวเรื่อง มีความยาวที่เหมาะสมไม่ยาวจนเกินไป
หัวเรื่อง สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และกระตุ้นให้ผู้รับเปิดอ่านหรือไม่
ส่วนเนื้อหา
เนื้อหาในอีเมลได้มีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่
มีข้อความหรือรูปภาพที่ดึงดูดใจ ให้ผู้อ่านเกิดการตัดสินใจกระทำในสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่
รูปภาพที่ใช้มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่
มีสัดส่วนระหว่างเนื้อหาและรูปภาพที่เหมาะสมหรือไม่
ใส่คำอธิบายในรูปภาพแล้วหรือยัง
ตรวจสอบคำสะกดภายในเนื้อหาว่าสะกดถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบลิงค์ที่อยู่ภายใน Email ว่าแต่ละลิงค์ใช้งานได้ถูกต้องหรือไม่
ใส่ลิงค์ที่ผู้รับสามารถเลือกที่จะแจ้งผู้ส่งว่าไม่ต้องการข้อความจากผู้ส่งอีก (Unsubscribe Link) หรือยัง
ส่งหาตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน เพื่อตรวจสอบทั้งในรูปแบบ HTML และ Text หรือยัง
หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ว่าใช่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า Email ฉบับนี้ของคุณพร้อมแล้วที่จะส่ง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ปัจจุบันหากคุณต้องการที่จะนำเสนอสินค้าหรือบริการให้อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคคุณจำเป็นต้องหาจุดดึงดูดหรือจุดเด่นที่ทำให้สินค้าหรือบริการของคุณไม่เหมือนใคร ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้อาจเป็นเรื่องของการออกแบบให้ดูสวย ดูน่าสนใจ หรือแม้กระทั่งเพื่อให้สะดวกสบายในการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันยกตัวอย่างได้ดังนี้
How to Code HTML Email Newsletter : Part II Inline Style Sheet
สวัสดีครับ ครั้งที่แล้วผมเขียนเรื่องการ Design หน้า content แบบ HCF (Header Content and Footer) โดย การใช้ Table เพื่อควบคุม Layout ทั้งหมดใน Email ไปแล้ว คราวนี้ เราจะมาเจาะลึกการทำ Inline Style Sheet ใส่ Email ของเราบ้างเพื่อความสวยงามครับ
การกำหนด Style Sheets แบบ Inline ก็คือการกำหนดรูปแบบการแสดงผลของ Tag ภายใน Tagนั้น ๆ เลย โดยจะมีผลต่อ Tag นั้น ๆ Tag เดียวที่เราทำการกำหนด Style ให้มัน โดยใช้ Attribute “style” ภายใน Tag ที่ต้องการกำหนดให้ เราลองไปดูตัวอย่างเบื้องต้นของการกำหนด Inline Style Sheet กันครับ
ตัวอย่างเบื้องต้นของการกำหนด Inline Style Sheet
<tablestyle='border: 1px solid black; margin: auto;"><tr><tdstyle="text-align: right; font-size: 18pt;">
Mailing List คืออะไร???
- Brand หรือ ชื่อเสียงที่คุณสั่งสมมาจะถูกลดค่าด้วยการที่คุณพยายามยัดเยียดบางสิ่งบางอย่างให้เขาจนทำให้เขาจะมีความรู้สึกเหมือนถูกรบกวน
- อีเมลที่คุณส่งมีโอกาสที่จะถูกมองว่าเป็น SPAM MAIL บางท่านอาจจะไม่ทราบเกี่ยวกับคำว่า SPAM MAIL คืออะไร SPAM MAIL คือ อีเมลที่ผู้รับไม่ต้องการหรือที่เรียกกัน “อีเมลขยะ” นั้นเอง
- มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียรายได้และเสียเวลาหรือแม้กระทั่งเสียโอกาสในการสร้างรายได้ ยกตัวอย่างเช่นหากคุณลงทุน1,000 บาทได้รายชื่อ 100,000 รายชื่อ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าคุณจริงเพียง 20% และมิใช่ว่า20%จะซื้อสินค้าหรือบริการของคุณทั้งหมด ส่วนที่เหลือเขาอาจจะมองภาพลักษณ์ของธุรกิจคุณในแง่ลบไปเลยก็ได้
SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM
SPAM เพราะเหตุใดจึงถูกมองเป็น SPAM

คุณเคยรู้สึกว่าคุณได้ทำ Email Marketing ได้อย่างถูกต้องแล้วแต่ทำไมยังถูกมองว่าเป็น SPAM อยู่ บทความนี้จะบอกคุณถึงปัญหาและวิธีการ เพื่อที่คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเป็น SPAMเราลองมาดู 11 เหตุผลที่คุณไม่ควรกระทำ เพื่อไม่ให้ Email ของคุณเป็น SPAM ซึ่งหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว เราหวังว่าคุณจะสามารถนำไปพัฒนาเทคนิคการเขียน หัวเรื่อง เนื้อหา และความถี่ในการส่ง Email ของคุณ ก่อนที่ Email ของคุณถูกมองว่าเป็น SPAM
ผลการสำรวจของ Epsilon International กว่า 4,000 คน ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขามอง Email ที่ได้รับว่าเป็น SPAM
1. Email ที่มีการตั้งชื่อลวงเพื่อให้เปิดอ่าน (74%)
2. Email ที่มีการตั้งชื่อเรื่องก้าวร้าวและรุนแรง (68%)
3. Email ที่ผู้รับไม่ได้มีการสมัครเป็นสมาชิก (62%)
4. Email ที่ผู้รับไม่รู้จักผู้ส่ง (61%)
5. Email ที่ถูกกรองลงโฟลเดอร์ขยะ (Junk) โดยอัตโนมัติ (43%)
6. Email ใดๆที่ผู้รับไม่ต้องการไม่ว่าจะทำการสมัครสมาชิกหรือไม่ก็ตาม (37%)
7. Email จากผู้ส่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ที่ผู้รับมีอยู่ (Contact list) (34%)
คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing
คำศัพท์ที่ใช้ใน Email Marketing
Above-the-fold – ส่วนที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อเปิดอ่านหน้าเว็บไซต์หรืออีเมล โดยที่ยังไม่ได้ทำการเลื่อน Scroll Bar ลงซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงได้ทันทีและสำคัญที่สุดพื้นที่หนึ่ง
Affirmative Consent – เป็นอีกคำหนึ่งของคำว่าได้รับอนุญาต ผู้รับอีเมลของท่านจะได้รับข้อความแจ้งเพื่อร้องขอความยินยอมว่าอีเมลของ ผู้รับจะถูกจัดเก็บเข้าระบบและถูกใช้ การปฏิบัติลักษณะนี้มิใช้การปฏิบัติที่ดีที่สุดแต่เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการ Email Marketing มักจะใช้
Auto Responder – โปรแกรมหรือสคริปต์ที่จะทำการส่งการตอบกลับโดยอัตโนมัตเมื่อมีคนส่งข้อความ มายังระบบ ส่วนใหญ่การใช้งานระบบตอบรับอัตโนมัตินี้ มักจะใช้กับการสมัครและยกเลิกการยืนยัน, ต้อนรับอีเมลและการตอบปัญหาลูกค้า
Autoresponder Series – ระบบตอบรับอัตโนมัติแบบชุด – เป็นชุดข้อความที่จะถูกส่งตามกำหนด อาจจะเป็น 10 ข้อความ 10 วัน เพื่อเป็นการให้ข้อมูลลูกค้า และเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราให้ความสนใจและยินดีให้บริการลูกค้า ซึ่งจะทำให้เป็นผลบวกกับธุรกิจของท่าน
Blacklists – คือรายชื่อDomains or IP ที่มีการรายงานว่าทำการรบส่งเมลรบกวนผู้อื่น
Bonded Sender – เป็นการส่งประเภทหนึ่งซึ่งมีการรับรองผลของการส่ง ผู้ส่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้าน Email Marketing เหมือนกับว่าBonded Sender ได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการ ISPs ต่างๆเพื่อให้ผู้ให้บริการ ISPs เหล่านั้นยอมรับอีเมลของ Bonded Sender
Bounce Back Handling – เป็นกระบวนการที่ข้อความถูกตีกลับ ซึ่งมีสาเหตุหลายประการเช่นชื่อของ Email นั้นไม่ถูกต้อง
พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย
พฤติกรรมผู้บริโภค กับ แนวโน้มการบริโภคสื่อของผู้บริโภคในประเทศไทย
ในปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสูงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาแวดวงของการสื่อสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก เช่นในเรื่องของใช้โทรศัพท์ซึ่งแต่เดิมมีเพียงเพื่อการสื่อสารผ่านเสียง การส่งข้อความสั้น การส่งรูปภาพแต่ในระยะหลังมานี้ โทรศัพท์เป็นยิ่งกว่าโทรศัพท์ บริษัทชั้นนำต่างๆได้พัฒนาระบบให้สามารถรองรับการทำงานต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะ การเข้าใช้บริการ Internet ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดานักธุรกิจตลอดจนพนักงานออฟฟิสปัจจุบันมักจะมีโทรศัพท์ ที่สามารถใช้บริการInternet ได้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้พฤติกรรม ผู้บริโภคว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวไว้พอสังเขป
พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้
ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture Factors) ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้ามหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยแต่ในความเป็นจริงเป็นปัจจัยที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นวัฒนธรรมแต่ละสังคมจึงผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของ แต่ละบุคคล โดยหากผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจกับปัจจัยนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่ละท้องถิ่นเป็นกรณีๆไป ซึ่งปัจจัยวัฒนธรรมยังสามารถแบ่งย่อยๆได้อีกดังนี้
1. วัฒนธรรม(Culture) เป็นการคำนึงถึงบุคลิกลักษณะนิสัยโดยรวมของกลุ่มคน ณ สถานที่หนึ่ง ในแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะนิสัยต่างๆกันไป อย่างของประเทศไทยเราก็จะมีลักษณะเด่นๆอาทิเช่น ยิ้มสยาม ความเกรงอกเกรงใจเป็นต้น
2. วัฒนธรรมกลุ่มย่อย (Subculture) แม้ว่าเราจะรู้พื้นฐานของพฤติกรรมโดยรวมแล้วแต่เรายังต้องพิจารณาให้ลึกลงไปถึง เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, พื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันเพิ่มขึ้นไปอีก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลากหลายเชื้อชาติ และในแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมย่อยลงไปอีกหรือแม้กระทั่งเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนาก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
3. ชนชั้นของสังคม (Social Class) ในเรื่องของชนชั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้อย่างเด็ดขาดว่าไม่มีส่วนสำคัญเพราะในเรื่องของชนชั้นนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลซึ่งแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ อาชีพ, ฐานะ, รายได้ ผู้มีรายได้สูงก็จะบริโภคสินค้าที่มีราคาสูง ส่วนผู้มีรายได้ต่ำก็ย่อมบริโภคสินค้าที่มีราคาถูก
ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal Factors) ก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ในหัวข้อนี้จะเป็นการลงลึกถึงแต่ละบุคคลลงไปว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมของผู้บริโภค
How to Code HTML Email Newsletter : Part I
ทุกวันนี้ Email Client ต่างๆสามารถอ่าน Email ที่เป็น HTML ได้แล้วไม่ว่าจะเป็น
Eudora, Outlook, AOL, Thunderbird, Lotus Notes หรือแม้กระทั่งweb-based email
services เช่น Yahoo!, Hotmail และ Google Mail (Gmail).
เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการสร้าง HTML Email ด้วยตัวคุณเอง มีหลักการง่ายๆแค่ 2 ข้อทีคุณต้องทราบ
1.ใช้ Table Tag, control ทุกอย่างที่เป็น layout ของหน้า Email
2.ใช้ inline CSS เพื่อ Control, เช่น background colors หรือ fonts.
10 วิธี การปรับปรุงหัวข้อเรื่องอีเมลของคุณเพื่อเพิ่มจำนวนอัตราการเปิดอ่านอีเมล
การส่งอีเมลก็มีวิธีการที่คล้ายกับการส่งจดหมายการขายตรงทั่วไป หัวข้อเรื่องอีเมลของคุณสามารถทำให้เกิดการส่งเสริมการตลาด หรือทำให้สูญเสียโอกาสทางการตลาดได้ ถ้าคุณไม่มีหัวข้อเรื่องอีเมลที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โอกาสที่อีเมลของคุณจะได้รับการเปิดอ่านมีน้อยมาก
จากการสำรวจ โดยเว็บไซต์MarketingSherpa.com พบว่า 40% ของนักการตลาด บอกว่า การทดสอบการเปลี่ยนแปลงหัวข้อเรื่องอีเมลมีผลอย่างสูงในที่จะมีผลตอบแทนจากการลงทุน(ROI) อีก 45% ของนักการตลาด บอกว่า การทดสอบการเปลี่ยนแปลงหัวข้อเรื่องอีเมลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนปานกลาง และ 15% ของนักการตลาด บอกว่า การทดสอบการเปลี่ยนแปลงหัวข้อเรื่องให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำ (ROI)
ในการส่งอเมลทั่วไป ด้วยข้อจำกัดการแสดงผลตัวอักษรในหัวข้ออีเมล คุณจะมีพื้นที่ที่ใช้ไม่เกิน 50 ตัวอักษรในหัวข้อเรื่องอีเมลของคุณในการนำเสนอให้กับผู้อ่านของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ และวันนี้มี 10 วิธี มานำเสนอ ใช้เพื่อที่จะปรับปรุงเพื่อเพิ่มจำนวนการเปิดอ่านอีเมลของคุณ
1. ทดสอบหัวข้อเรื่องอีเมล – ให้พิจารณาที่อีเมลการส่งเสริมทางการตลาดที่คุณเคยส่งออกไปแล้วในอดีตว่าหัวข้อเรื่องอีเมลเรื่องใดที่มีจำนวนการเปิดอ่านมากที่สุดและมีจำนวนการตอบสนองสูงที่สุด คุณอาจค้นหาเฉพาะหัวข้อที่อยู่ในกระแสทั่วไปหรือหัวข้อที่ให้จำนวนการเปิดสูงก็ได้
2. เน้นความสำคัญของหัวเรื่อง – พยามให้ความสำคัญและให้ข้อมูลในหัวข้อเรื่องอีเมลเท่าที่เป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณส่งอีเมลเกี่ยวกับสิทธิพิเศษ ทำให้มั่นใจในชื่อสินค้าและรายละเอียดให้เห็นในหัวเรื่องอีเมลให้รวบรัดและชัดเจน เช่น “ข้อเสนอพิเศษสำหรับโปรแกรม DeeMocDIY วันนี้เท่านั้น”
3. ระบุข้อมูลส่วนบุคคลในหัวข้อเรื่อง– ถ้าคุณมีรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มผู้รับแล้วใส่รายละเอียดนั้นในหัวเรื่องของคุณ สิ่งนี้จะช่วยทำให้หัวเรื่องของคุณนั้นได้รับความสนใจมากขึ้น
4. หลีกเลี่ยงใช้คำที่เข้าข่ายเป็น spam – อีเมลส่วนใหญ่ถูกกรองออกโดยอัตโนมัติ โดยที่อีเมลเหล่านั้นมีคำที่เป็น spam ในหัวข้อเรื่อง – คำ เช่น “free”, “stock”, “ebay”, “password”, “mortgage” และอื่นๆ ทำให้มีโปรแกรมตรวจหา spam ที่จะเอาคำเหล่านั้นออกจากหัวข้อเรื่องอีเมลของคุณตลอดเวลา
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ E Mail Marketing
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ E Mail Marketing
จากงานสำรวจและวิจัยของต่างประเทศที่เกี่ยวกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้พบข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับเว็บไซด์ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สร้างขึ้นมานั้นไม่มีระบบในการบันทึกข้อมูลของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์(Sign up form) ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของเขา
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ลงทุนในการสร้างเว็บไซด์ของเขา และได้มีการโฆษณาให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมผ่านทางสื่อต่างๆเช่น พิมพ์ URL ไว้หลังนามบัตร โฆษณาที่สมุดหน้าเหลือง หนังสือพิมพ์ ตามวิทยุท้องถิ่นต่างๆ และตามสื่อทางการตลาดต่างๆ แต่เว็บไซด์ที่พวกเขาทำขึ้นมานั้นไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเก็บข้อมูลของผู้ทีเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ของเขาเลย พวกเขาทำขึ้นมาเพื่อที่จะโชว์สินค้าของพวกเขาเท่านั้น จะมีประโยชน์อะไรถ้าพวกเค้าสร้างเว็บไซด์ที่พวกเค้าสร้างขึ้นมามีแต่ความสวยหรู ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ หรือ อัพเดทข้อมูลใหม่ๆตลอดเวลา แต่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ของเขาจะกลับเพียงแค่มาดูข้อมูลเหล่านั้นก็ต่อเมื่อพวกเค้าต้องการเท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะเว็บไซด์ของผู้ประกอบการไม่ได้มีการเก็บข้อมูลของผู้มาเยือนนั่นเอง

สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจะมีในเว็บไซด์ของเขาคือระบบที่ไว้สำหรับผู้มาเยี่ยมชมเว็บไซด์สามารถกรอกข้อมูลของตัวเองได้(Sign Up Form) โดยที่เว็บไซด์ที่ทำขึ้นไม่จำเป็นต้องสวยหรู มีความแปลกใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้กระทั้งเป็นเว็บที่ทันสมัยที่สามารถการโต้ตอบกับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ได้ (Interactive website) เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่สูญเปล่า หากไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ ข้อมูลของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ที่ผู้ประกอบการควรเก็บ เบื้องต้นไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ละเอียดมากนัก ข้อมูลที่ผู้ประกอบการควรทราบสำหรับการทำ Online marketing นั้นสิ่งสำคัญคือ Email ชื่อ และ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ข้อมูลเบื้องต้นที่กล่าวถึงนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในการทำ Online marketing เพราะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์นั้นถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ทั้งยังถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสนใจในสินค้าและบริการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ดังนั้นคุณควรที่นำข้อมูลที่ได้ไปทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายต่อไป ซึ่งในการกระตุ้นยอดขายนั้นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ Email Marketing นั่นเอง การทำ Email Marketing นั้น ถือเป็นการทำ Online marketing รูปแบบหนึ่งที่ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องจ้างคนที่มีความเก่งในด้านการตลาด หรือจ้างโปรแกรมเมอร์เพื่อมาทำด้านไอที รวมทั้งกราฟิกดีไซด์เพื่อออกแบบ เพราะในการทำ Email Marketing ให้ประสบผลสำเร็จนั้นอาศัยปัจจัยดังนี้ Target(กลุ่มเป้าหมาย) : Offer(ข้อเสนอ) : Creative(ความคิดสร้างสรรค์) โดยแบ่งเป็นอัตราส่วนคือ 40:40:20 จะเห็นว่า สิ่งสำคัญคือกลุ่มเป้าหมายและการนำเสนอสิ่งที่ผู้อ่าน Email จะได้รับ แม้จะเป็น Email ที่เป็นแค่ Textธรรมดาก็สามารถประสบความสำเร็จได้หากผู้ประกอบการส่งได้ถูกกลุ่มเป้าหมายและมีการเสนอสิ่ง จูงใจที่ดี ต่อไปนี้คือตัวอย่างของการส่ง Email Marketing ที่สามารถใช้ได้ในธุรกิจหลากหลายประเภท






